อาเซียนบรรสานด้านการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
The ASEAN Harmonization of Cosmetic Regulation

 

ความเป็นมา ปี พ.ศ. 2540 คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของอาเซียน (ASEAN
Consultative Committee for Standards and Quality) ได้รับคำร้องจากสมาคมเครื่องสำอางอาเซียน
(ASEAN Cosmetic Association - ACA) ขอให้พิจารณาปรับกฎหมายเครื่องสำอางของประเทศสมาชิก
อาเซียนให้สอดคล้องกันเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non Tariff Barrier)

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของอาเซียน (ACCSQ) จึงแต่งตั้งคณะ
ทำงานด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ACCSQ Cosmetic Product Working Group) เพื่อศึกษาแนวทางในการ
ปรับกฎระเบียบทางวิชาการ และการประเมินรับรองเครื่องสำอางให้สอดคล้องกันในกลุ่มประเทศอาเซียน
โดยมี ฟิลิปปินส์เป็น Chair และ ประเทศไทยเป็น Co-Chair

คณะทำงานชุดดังกล่าวได้มีการประชุมมาแล้ว 10 ครั้งคือ

  การประชุมคณะทำงาน Cosmetic Product Working Group
การประชุมครั้งที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 ณ กรุงมะนิลา
(1st Meeting of Adhoc Working Group on Cosmetics)

ที่ประชุมได้มีข้อตกลงรับหลักการในการปรับกฎระเบียบด้านเครื่องสำอางในกลุ่มประเทศอาเซียน
(Principles of the Harmonization of the ASEAN Cosmetic Regulation)
และมอบหมายงานด้านต่างๆให้
ประเทศสมาชิกรับไปดำเนินงาน งานที่สำคัญๆในระยะนี้มีดังนี้คือ

  1. ประเทศไทยและเวียดนามได้รับผิดชอบงานการศึกษาเปรียบเทียบระบบเครื่องสำอาง
  2. ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับผิดชอบงานร่างแผนการบรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอาง

การประชุมครั้งที่ 2 27-29 มกราคม พ.ศ. 2542 ณ กรุงเทพฯ
(A Joint Forum for the Study Group on Comparative Study)

เป็นการประชุมคณะทำงานศึกษาเปรียบเทียบระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอางและร่างแผนการ
บรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอาง
ของประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งจะนำไปเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงาน
ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของอาเซียนในการประชุมครั้งที่ 3

การประชุมครั้งที่ 3 15-16 มีนาคม 2542 ณ กรุงมะนิลา
(2nd Forum on Harmonized Regulatory Systems for Cosmetics and
1st Meeting of Product Working Group on Cosmetics)

เป็นการประชุมคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของอาเซียน การประชุมครั้งนี้ได้มีการนำเสนอ
รายงานการศึกษาเปรียบเทียบระบบเครื่องสำอางและร่างแผนการบรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอาง
ของประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ประชุมมีมติ รับรองผลการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายเครื่องสำอางของประเทศ
ในกลุ่มอาเซียน แต่ยังไม่รับรองร่างแผนการบรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอาง
นอกจากนี้ยังมีมติให้รับ EU Ingredient List ของสหภาพยุโรปมาใช้เป็นแบบอย่าง และรับนิยาม
เครื่องสำอางของ EU มาใช้ในการกำหนดนิยามเครื่องสำอางของอาเซียน

การประชุมครั้งที่ 4

8-9 กันยายน 2542 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
(2nd Meeting of Product Working Group on Cosmetics)

เป็นการประชุมคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของอาเซียนเพื่อพิจารณาร่างแผนการบรรสาน
ระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอาง
ที่ประชุมยังไม่บรรลุข้อสรุปเกี่ยวกับแผน เนื่องจากยังขาดรายละเอียดในเรื่องข้อ กำหนดพื้นฐาน (Technical Requirements) ต่างๆ จึงได้มีการแบ่งงานจัดทำร่างข้อกำหนดให้ประเทศต่างเป็น Lead
Country รับผิดชอบดังนี้
1. ประเทศไทยASEAN Ingredient Lists
2. ประเทศฟิลิปปินส์Registration Requirements
3. มาเลเซียGMP Guideline, Claims and Labels
4. สิงคโปร์Infrastructure Needs and Export/Import Requirements

การประชุมครั้งที่ 5 7-8 มีนาคม 2543 ณ กรุงเทพฯ
(3rd Meeting of Product Working Group on Cosmetics)

เป็นการประชุมคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของอาเซียนเพื่อพิจารณาร่างข้อกำหนดพื้นฐาน
(Technical Requirements) ต่างๆ ที่ประเทศผู้รับผิดชอบได้ร่างขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามหลายประเทศยังมีข้อขัด
ข้องในการรับรองร่างที่ประเทศผู้รับผิดชอบเสนอมา จึงให้มีการจัดประชุม Adhoc Committee อีกครั้งเพื่อหาข้อ
สรุปก่อนนำเสนอในการประชุม PWGC ครั้งต่อไปซึ่งประชุมในเดือนพฤศจิกายน 2543 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ 
 ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Adhoc Committee โดยกำหนดประชุมในเดือนกรกฎาคม 2543
อนึ่งประเทศไทยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ไม่สามารถเข้าร่วมในแผนการฯได้ในทันทีเว้นแต่จะได้
แก้ไขพระราชบัญญัติเครื่องสำอางในบางส่วนให้แล้วเสร็จก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เข้าร่วมในแผนการฯ นี้ได้

การประชุมครั้งที่ 6 11-13 กรกฎาคม 2543 ณ กรุงเทพฯ
The Meeting of Adhoc Committee of Cosmetic Product Working Group

ที่ประชุมได้พิจารณาร่างข้อกำหนดพื้นฐาน (Technical Documents) 3 หัวข้อที่ยังไม่ได้ข้อยุติซึ่งได้มอบ
หมายให้ประเทศต่างๆรับมอบหมายให้เป็น Lead Country นำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาคือ

  1. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง GMP Guidelines นำเสนอโดยมาเลเซีย
  2. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Ingredient Listings นำเสนอโดยประเทศไทย
  3. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Cosmetic Categorization นำเสนอโดยอินโดนีเซีย
ที่ประชุมได้แยกการประชุมออกเป็นกลุ่มย่อยสามกลุ่มโดยแต่ละกลุ่มได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย
  • กลุ่มที่ 1. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง GMP Guidelines
    นำเสนอโดยมาเลเซีย โดยทาง ACA ได้นำเสนอร่างอีกฉบับหนึ่งเข้ามา ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันพิจารณา
    ปรับปรุงจนเป็นที่ยอมรับโดยผู้แทนจากทุกประเทศ
    ร่างสุดท้ายมีความเข้มงวดน้อยกว่าฉบับที่มาเลเซียนำเสนอ แต่ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
  • กลุ่มที่ 2. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Ingredient Listings
    นำเสนอโดยประเทศไทย ที่ประชุมได้ตกลงที่จะยอมรับใช้รายการสารของ EU เป็นหลักแต่ให้คงส่วน
    ที่แตกต่างจากรายการสารของ EU เอาไว้จนกว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิชาการ (Scientific Co-
    mmittee) ขึ้นมาพิจารณาปรับปรุงในส่วนนี้ และทางกลุ่มมีข้อเสนอแนะว่า ช่วงระยะที่มีการใช้รายการ
    สารที่แตกต่างกันจนกว่าจะมี คณะกรรมการวิชาการ (Scientific Committee) มาพิจารณาควรไม่เกิน
    5 ปี และขอให้ประเทศไทยจัดทำรายการสารในรูป ASEAN Handbook of Cosmetic Ingredients
  • กลุ่มที่ 3. ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Cosmetic Categorization
    นำเสนอโดยอินโดนีเซีย ที่ประชุมมีความเห็นยอมรับร่างของอินโดนีเซียที่ได้ปรับปรุงแก้ไขโดยถือ
    เป็นแนวทางคร่าวๆ ในการจัดประเภทเครื่องสำอาง ทั้งนี้ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดประเภทได้ตามกฎหมายที่อาจเกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ

สิงคโปร์ได้เสนอร่างข้อกำหนดในเรื่อง Import/Export Requirements ฉบับแก้ไขปรับปรุง เนื่องจากมีการให้
ความเห็นเพิ่มเติม โดยทั่วไปเป็นแก้ไขถ้อยคำเพื่อให้เกิดความชัดเจน และมีความแตกต่างในเนื้อหาเพียง
เล็กน้อยจากร่างเดิม

การประชุมครั้งที่ 7 8-9 กุมภาพันธ์ 2544 ณ นครโฮจิมินห์
4th Meeting of Cosmetic Product Working Group [เปลี่ยนชื่อจากเดิมProduct Working Group on Cosmetics]

ที่ประชุมได้มีมติรับร่างข้อกำหนดพื้นฐาน (Technical Requirements) ที่ประเทศต่างๆ เป็น Lead
Country รับผิดชอบในการร่างคือ

  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Import/Export Requirements นำเสนอโดยสิงคโปร์
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Product Registration Requirements นำเสนอโดยฟิลิปปินส์
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Labeling Requirements นำเสนอโดยมาเลเซีย
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Claims Guidelines/Requirements นำเสนอโดยมาเลเซีย
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง GMP Guidelines นำเสนอโดยมาเลเซีย
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Ingredient Listings นำเสนอโดยประเทศไทย ประกอบด้วย
         รายการสารเครื่องสำอางของอาเซียน [ASEAN Lists] และ
         รายการสารใน ASEAN Handbook of Cosmetic Ingredients]
  • ร่างข้อกำหนดในเรื่อง Cosmetic Categorization นำเสนอโดยอินโดนีเซีย

ACA ได้นำเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น (Infrastructure Needs) ที่ประชุมมีมติให้แบ่งความรับ
ผิดชอบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสมาชิกพร้อมกำหนดทำแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ภายในเดือนมิถุนายน 2001 ดังนี้

  • เรื่อง Cosmetic GMP นำโดย Malaysia (Chair)/Indonesia, Philippines, ACA
  • เรื่อง Safety Evaluation/Post Marketing Surveillance นำโดย Singapore(Chair)/Malaysia, ACA
  • เรื่อง ASEAN Scientific Committee นำโดย Thailand (Chair)/Philippines/ACA

ที่ประชุมมีมติปรับแผน Harmonization Scheme โดย

  • กำหนดให้ ASEAN Cosmetic Directive อันเป็นเป้าหมายของแผนฯ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม
    2006 (พ.ศ. 2549)
  • ในช่วงเวลาก่อนการบังคับใช้ ASEAN Cosmetic Directive แต่ละประเทศสามารถเลือกเข้าสู่กระบวน
    การ Harmonization ในระดับทวิภาคี ไตรภาคีหรือพหุภาคีได้ โดยการเข้าสู่ระยะที่ I (Mutual Recogni-
    tion of Product Registration Approval for Cosmetics) ที่ได้พิจารณาและเป็นเอกสารแนบท้าย
    (Annex A) ใน Agreement ดังนั้นการสู่ระยะที่ I จึงเป็นส่วนกระทำตามความสมัครใจและความ
    พร้อม
    ของแต่ละประเทศ
  • ในส่วนของประเทศไทยได้มีการประชุมศึกษาความพร้อมของไทยในการดำเนินการตามแผน Harm-
    onization Scheme ได้ข้อสรุปว่า
    1. การดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายตาม Harmonization Scheme คือ ASEAN Cosmetic
      Directive ต้องมีการปรับ/แก้ไขกฏระเบียบต่างๆรวมทั้ง พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง จึง
      ต้องใช้เวลาดำเนินการโดยที่ประชุมมีมติ่ให้บรรลุเป้าหมายในปี 2006 ซึ่งเปิดโอกาสให้
      ประเทศไทยมีเวลาดำเนินการได้
    2. ประเทศไทยไม่การเข้าร่วมในระยะที่ I เนื่องจากข้อบังคับตามกำหนดในพระราชบัญญัติ
      เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ไม่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยกระทำในลักษณะดังกล่าวได้

ที่ประชุมมีมติให้ประเทศฟิลิปปินส์ทำการแก้ไขร่าง Harmonization Scheme และ Mutual Recognition of Pro-
duct Registration Approval for Cosmetics เพื่อให้สอดรับกับข้อตกลงในการร่างแผนฯ และเวียนให้ประเทศ
ต่างๆ พิจารณา จากนั้นจะได้เสนอต่อที่ประชุม ACCSQ ต่อไป

ที่ประชุมมีมติให้เสนอที่ประชุม ACCSQ เพื่อขอยืดอายุคณะกรรมการ CPWG (Cosmetic Product Working
Group) ออกไปจนถึงปี 2006

 

การประชุมครั้งที่ 8 15 มิถุนายน 2544 ณ เมือง Cebu ประเทศฟิลิปปินส์
Meeting of Taskforce of ACCSQ Product Working Group on Cosmetics

ที่ประชุมได้พิจารณาปรับปรุงร่างแผนฯ และเวียนให้ประเทศต่างๆ ให้ความเห็น

 

การประชุมครั้งที่ 9 19-21 มีนาคม 2545 ณ กรุงเทพฯ
5th Meeting of Cosmetic Product Working Group

ที่ประชุมพิจารณาร่าง Agreement และมีมติปรับแผนการฯ ดังนี้

    1. เปลี่ยนหัวข้อ Annex A และ B เป็น Schedule A และ B เพื่อมิให้เกิดความสับสนในการทำ
      ความเข้าใจ
    2. ปรับให้ถ้อยคำต่างๆ เป็นไปตามข้อตกลงจากการประชุมที่ผ่านมา
    3. ปรับความเข้าใจในร่างแผนฯ โดยให้เริ่ม Schedule B ใน 5 ปีนับจากปีที่มีการลงนามใน
      ความตกลงนี้

 

การประชุมครั้งที่ 10

23-25 กรกฎาคม 2545 ณ กรุงเทพฯ
6th Meeting of Cosmetic Product Working Group

            ที่ประชุมทำการทบทวนร่างเอกสาร Agreement on ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory
Scheme ตามความเห็นที่ได้รับจากประเทศมาเลเซียและประเทศไทย โดยให้สอดคล้องกับมติจากการ
ประชุมที่ผ่านมา

           1. ที่ประชุมมีมติให้ปรับถ้อยคำในร่างเอกสาร Agreement on ASEAN Harmonized Cosmetic
Regulatory Scheme โดยพิจารณาตามเอกสาร Comments on Agreement ของประเทศมาเลเซีย และ
ประเทศไทยซึ่งส่งผลให้การเข้าร่วมในการปรับกฎระเบียบฯ ตามความตกลงฯ นี้ของประเทศไทยใน
ระยะที่ 2 โดยข้ามระยะที่ 1 ตามความเห็นของคณะกรรมการเครื่องสำอาง จะเป็นไปได้โดยราบรื่น
           2. ที่ประชุมมีมติให้แต่ละประเทศนำร่างเอกสารดังกล่าวเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสา-
ธารณสุขให้การรับรอง เพื่อกำหนดการลงนามในความตกลงดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะให้มีการลงนาม
ในความตกลงนี้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2545 แต่ไม่ล่าช้าไปกว่าเดือนธันวาคม 2545 การลงนามในความตกลงฉบับนี้น่าจะดำเนินการในการประชุม AEM หรือ ASEAN Summit
           3. ที่ประชุมมีมติให้ Lead Country ดำเนินแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น (Infras-
tructure Needs) ตามที่เสนอดังนี้
                - เรื่อง Cosmetic GMP Malaysia เป็น Lead Country
                - เรื่อง Safety Evaluation/Post Marketing Surveillance Singapore เป็น Lead Country
                - เรื่อง ASEAN Scientific Committee โดยมี Thailand เป็น Lead Country

 

การประชุมครั้งที่ 11

26-27 กรกฎาคม 2546 ณ กรุงมะนิลา
7th Meeting of Cosmetic Product Working Group

            ที่ประชุมทำการทบทวนร่างเอกสาร Agreement on the ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory
Scheme และมีมติให้คงกำหนดวันที่ Schedule B - ASEAN Cosmetic Directive ที่จะเริ่มมีผลใช้บังคับใน
วันที่ 1 มกราคม 2551 เช่นเดิม และที่ประชุมยังได้ขอให้ประเทศต่าง ๆ เร่งดำเนินการตามขั้นตอนภายในของ
แต่ละประเทศในการขออนุมัติการลงนามในความตกลงฯ

 

การประชุม ACC ครั้งที่ 1

17-20 ธันวาคม 2546 ณ กรุงฮานอย
8th Meeting of Cosmetic Product Working Group (CPWG)
1st Meeting of the ASEAN Cosmetic Committee (ACC)

          1. ที่ประชุมรับทราบการลงนามข้อตกลงใน Agreement on ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory Scheme (AHCRS) ของรัฐมนตรีเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2546 ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers) ครั้งที่ 35 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และได้ปรับเปลี่ยนสถานะของ CPWG ไปเป็น ASEAN Cosmetic Committee (ACC) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ถาวร (permanent body) โดย ACC มีหน้าที่เพื่อประสานร่วมกัน(Coordinate), พิจารณาทบทวน(review), และกำกับการดำเนินงาน(Monitor) เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกดำเนินการเป็นไปตามข้อตกลง AHCRS
          2. ที่ประชุมได้มีมติเลือกตัวแทนประเทศไทยเป็นประธาน ACC (Chair) และตัวแทนประเทศอินโดนีเซียเป็นรองประธาน ACC (Co-Chair) โดยมีวาระ 2 ปี และเมื่อครบวาระแล้ว Co-Chair จะขึ้นมาเป็น Chair และ Co-Chair คนใหม่จะถูกเลือกตามลำดับอักษรของประเทศ
          3. ที่ประชุมรับทราบการเข้าร่วม Schedule A(MRA) ของประเทศมาเลเซีย  ฟิลิปปินส์  และลาว  Schedule B (Directive) ของประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
          4. ที่ประชุมรับทราบการได้รับเงินทุนสนับสนุนในรูปของผู้เชี่ยวชาญ   และการฝึกอบรมจาก ASEAN-EC Regional Programme on Standard Conformity Assessment and Quality เพื่อรองรับการเข้าสู่ Schedule B ASEAN Cosmetic Directive
          5. ที่ประชุมได้พิจารณาวิธีจัดตั้ง ACSB และมีมติกำหนดให้แต่ละประเทศจะเสนอผู้แทนไม่เกินประเทศละ 2 คน  ACA เลือกผู้แทนได้ไม่เกิน 2 คน ทั้งนี้ ACSB มีหน้าที่พิจารณาทบทวนสาร 96 ตัวใน ASEAN handbook of Cosmetic ingredients , technical document และเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย (Safety)
 

การประชุม ACC ครั้งที่ 2

7-9 มิถุนายน 2547 ณ กรุงเทพฯ
2st Meeting of the ASEAN Cosmetic Committee (ACC)
1st Meeting of  ASEAN Cosmetic Sceintific Body

          1. ที่ประชุมได้พิจารณา ASEAN policy on Standards and Conformance บนพื้นฐานข้อตกลงของ WTO TBT  ซึ่งในส่วน Roadmaps ของ Healthcare sector นำโดยประเทศสิงคโปร์ ได้เร่งรัด imprementation ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory Scheme ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2005 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติที่จะดำเนินการ AHCRS ภายในปี 2008 ตามข้อตกลงที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจได้ลงนามแล้ว
          2. ที่ประชุมรับทราบการแจ้งยืนยันในเข้าร่วม Schedule A(MRA) ของประเทศมาเลเซีย    และฟิลิปปินส์  Schedule B (Directive) ของประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย ลาว มาเลเซีย  ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม  ในปี 2008
          3. ที่ประชุมมีมติรับรองการนำเสนอ
              3.1 Action Plan/Work Program ของ ASEAN Cosmetic GMP  นำเสนอโดยประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็น lead country
              3.2 รายชื่อตัวแทน ACSB ของอาเซียน และ Term of Reference of the ACSB
              3.3 Action Plan/Work Program ของ ASEAN Post Marketing Surveillance/Safety Evaluation
          4. ที่ประชุมรับทราบการนำเสนอเงินทุนสนับสนุนในรูปของผู้เชี่ยวชาญและการฝึกอบรมจาก  Team leader ของ EC-ASEAN Regeional Economic Cooperation Program ซึ่งนำเสนอ activities และ time frame ของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนในระดับภูมิภาค ได้แก่ ASEAN GMP, Post Marketing Surveillance/Product Safety Evaluation และ Institutionalising ACSB และโครงการระดับชาติ ได้แก่ Acreditation Laboratories สำหรับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย, National Testing Laboratory for indigenous material สำหรับประเทศฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ไทยและ National Assistance Centre สำหรับประเทศฟิลิปปินส์   การรับทุนสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2005 เพื่อรองรับการเข้าสู่ ASEAN Directive ในปี 2008
          5. ในส่วนของการประชุม 1st Meeting of  ASEAN Cosmetic Sceintific Body ที่ประชุมได้มีมติดังนี้
              5.1 เลือกตัวแทนจากประเทศบรูไน เป็นประธาน ACSB (Chair) และเลือกตัวแทนจาก ACA เป็นรองประธาน ACSB โดยมีวาระ 2 ปี
              5.2 เห็นชอบ workplan ในการดำเนินการของ ACSB ซึ่งในลำดับแรกต้องดำเนินการ review Cosmetic ingredients of the ASEAN Handbook ก่อน


 

การประชุม ACC ครั้งที่ 3

3rd Meeting of ASEAN Cosmetic Committee (ACC)
8-9 ธันวาคม 2547 ที่ เมือง Yogyakarta ประเทศ Indonesia

           1.ที่ประชุมมีมติ ยอมรับข้อตกลงที่ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะมีการจำหน่ายในประเทศอาเซียนจะต้องดำเนินการตาม ASEAN Cosmetic Directive   และประเทศสมาชิกจะยึดแนวทางตาม ASEAN Cosmetic Directive ในการตกลงทางการค้ากับประเทศนอกอาเซียนต่อไป
           2. ความก้าวหน้าของการดำเนินการตามโครงการ EC และ ASEAN Regional Economic Cooperation Programme on Standards, Quality and Conformity Assessment Coordinating Programme ได้แก่
                 2.1  โครงการส่งเสริมกรรมวิธีการผลิตเครื่องสำอาง (ASEAN Cosmetic GMP) ผู้เชี่ยวชาญของ EU และ ASEAN ได้ทำการประเมินระบบ GMP ของประเทศสมาชิกแล้วและได้จัดโปรแกรมขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการจัดอบรมประเทศสมาชิกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนคาดว่าจะดำเนินการภายในไตรมาสแรกของปี 2548
ที่ประชุมมีมติว่า ผู้ผลิตทุกราย ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ จะต้องปฏิบัติตาม GMP requirement เมื่อเข้าสู่ ASEAN Cosmetic Directive ภายในปี 2551
                 2.2  โครงการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและการประเมินความปลอดภัยของเครื่องสำอาง  (Post Marketing Surveillance / Product Safety Evaluation - PMS/PSE )
ที่ประชุมมีมติว่า  ขอให้ประเทศสมาชิกนำกลับไปพิจารณา คำจำกัดความ ( terminology ) ที่อยู่ใน Revised Notification Template and Guidance  แล้วส่งความคิดเห็นให้ประเทศสิงคโปร์    นำไปปรับปรุงภายในเดือนมีนาคม 2548 และเสนอต่อที่ประชุม ACC ครั้งต่อไป  
                 2.3  สำหรับการอบรมตามโปรแกรม PMS/PSE นั้น  ขณะนี้ การอบรม ได้เสร็จสิ้นแล้ว  ผู้ที่ได้รับการอบรมจะจัดการอบรมผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศของตนเพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปในทางเดียวกัน
                 2.4  ในส่วนของคณะกรรมการวิชาการด้านเครื่องสำอางอาเซียน  (ASEAN Cosmetic Scientific Body-ACSB)   ที่ประชุมสรุปว่าต้องได้รับการอบรมพื้นฐานการพิจารณาให้เป็นในทางเดียวกันก่อนที่จะมีการพิจารณาสารต่างๆ ที่มีใช้ไม่เหมือนกันของแต่ละประเทศอาเซียน    และให้ยึดการพิจารณาการใช้สารต่างๆ ตาม EU Cosmetic Directive
              3.ที่ประชุมยังมอบหมายให้สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางอาเซียน (ASEAN Cosmetic Association-ACA) จัดทำ Information Booklet  เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย
              4. ที่ประชุมมีมติให้มีการจัดประชุมACC ครั้งที่ 4 ที่ประเทศกัมพูชา ประมาณสัปดาห์ที่   1- 2  ของเดือนมิถุนายน 2548 แต่ถ้าประเทศกัมพูชาไม่สามารถจัดได้ ประเทศเวียดนามจะเป็น ผู้ดำเนินการจัดประชุม


2nd Meeting of ASEAN Cosmetic Scientific Body(ACSB)
วันที่ 7 ธันวาคม 2547 ณ เมือง Yogyarkata ประเทศอินโดนีเซีย

                1. การจัดฝึกอบรมให้กับสมาชิก ACSB ประเทศละ 2 คน เกี่ยวกับวิธีการพิจารณาความปลอดภัยและข้อกำหนดของสารสำคัญจากธรรมชาติ ณ ประเทศในยุโรปซึ่งจะ      อบรมในช่วง เดือนมกราคม – มีนาคม 2548
                2. คณะทำงานได้นำเสนอความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาเบื้องต้นของ ASEAN Handbook ที่จะนำเสนอต่อ ACC แต่ที่ประชุมเห็นชอบให้รอการอบรมให้กับสมาชิก ACSB แล้วเสร็จก่อน เพื่อให้การพิจารณาความปลอดภัยการใช้สารต่างๆมีหลักการพิจารณาที่มีมาตรฐานเดียวกัน
                3. เสนอให้เพิ่มรายชื่อสารห้ามใช้ใน Annex II อีกจำนวน 29 รายการ ตาม Seventh Amendment ของ EU ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการว่าการเพิ่มสารที่ห้ามใช้เหล่านี้เนื่องจากสารดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและมีอันตรายต่อผู้ใช้ จึงได้ยอมรับให้เพิ่มสารทั้ง 29 ชนิดในรายชื่อสารห้ามใช้ใน Annex II และสารเหล่านี้จะถูกถอนจากการใช้เป็นสารแต่งกลิ่น  
                4. ACC ขอให้ ACSB ส่งรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงใน EU Cosmetics Directive ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสารในการประชุม ACC ด้วย  โดย Mr. Simon Young เลขานุการ ACSB ได้นำเสนอในประเด็นสำคัญดังนี้
                        4.1 การกำหนดระยะเวลาในการใช้เครื่องสำอางหลังจากการเปิดใช้  (Period  After Opening requirement) ที่ประชุมยังไม่ตกลงยอมรับข้อเปลี่ยนแปลงนี้  จนกว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจน โดยมอบให้ Mr. Simon Young ประสานกับ COLIPA เพื่อขอรับข้อมูลรายละเอียดและผลของการใช้บังคับเรื่องนี้ในกลุ่มประเทศยุโรปก่อน แล้วจึงจะมาพิจารณากันในการประชุม ACSB ครั้งต่อไป
                        4.2 การต่อต้านการใช้สัตว์ทดลอง  การห้ามใช้สัตว์ทดลองยังไม่มีผลบังคับใช้ในกลุ่มอาเซียน  แต่  ACSB ต้องประเมินผลกระทบในการยืนยันคงใช้สัตว์ทดลองต่อไป  และมอบหมายให้  ACA ประสานกับสมาคมภาคเอกชน (COLIPA, CTFA และJCIA) และ      รายงานผลให้กับ ACSB เกี่ยวกับผลกระทบในข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นให้ที่ประชุมทราบด้วย
                5. ACC ต้องการให้มีการกำหนดมาตรฐาน microbial limit  ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำเร็จรูป  ซึ่ง ACSB ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า Post Marketing Surveillance team 1 (PMS1) ได้เริ่มดำเนินการปรับเกณฑ์วิธีการทดสอบเรื่องดังกล่าวเพื่อใช้กับประเทศ ASEAN  แล้ว  เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดปริมาณ microbial content  ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง  แต่มอบให้ Mr.Apinan Rothanavibhata  ผู้แทน ACA เป็นผู้ดำเนินการ  โดยให้ทบทวนจากข้อตกลงของ     อาเซียน และมาตรฐานของ ISO และปรับให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทุกขนาด แล้วนำเสนอในการประชุม ACSB ครั้งต่อไป
                6. ที่ประชุม เห็นชอบกับจำนวนผู้เชี่ยวชาญ(Senior Expert)ที่จะสนับสนุนด้านข้อมูลให้กับ ACSB ซึ่งประกอบด้วย  Mr.Roger Montigny ผู้เชี่ยวชาญจาก European Scientific Committee on Cosmetic Products (SCCP) และผู้เชี่ยวชาญจาก ASEAN 2 ท่านคือ Carole Estibal-Lopena จากประเทศฟิลิปปินส์ และ รศ. ดร.อรัญญา มโนสร้อย จากประเทศไทย โดยจะทำงานร่วมกันเพื่อจัดทำเอกสารเกี่ยวกับ 'Notes for Guidance' ให้กับ ACSB ต่อไป

 

การประชุม ACC ครั้งที่ 4

4th Meeting of ASEAN Cosmetic Committee (ACC)
2-3 มิถุนายน 2548 ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศ มาเลเซีย

               ที่ประชุมมีมติว่า
               -  ผลิตภัณฑ์ที่ขายในอาเซียนต้องถูกต้องตามข้อกำหนดของASEAN Cosmetic Directive โดยไม่คำนึงถึงประเทศผู้ผลิต หรือแหล่งกำเนิดของสินค้านั้น
               -  ผู้ผลิตหรือ Supplier ที่ต้องการวางตลาดสินค้าในประเทศสมาชิกอาเซียน จะต้องปฏิบัติตาม ASEAN Cosmetic Directive และต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในประเทศนั้นๆ
               -  ประเทศสมาชิกจะต้องยึด ASEAN Cosmetic Directive เป็นหลักในการเจรจาทางการค้าเครื่องสำอางกับประเทศอื่นๆ/ภูมิภาคอื่นๆ  เจ้าหน้าที่รัฐในประเทศ สมาชิกจะต้องแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่ทางทีม FTA ในประเทศของตน
               GMP
               -  บริษัทเครื่องสำอาง ทั้งในและนอกอาเซียน ที่ต้องการจะวางตลาดสินค้าใน อาเซียน  จะต้องสามารถปฏิบัติทำตามหลักเกณฑ์GMPเครื่องสำอางอาเซียนให้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2008  อย่างไรก็ดีในช่วง  36  เดือน หลังจากที่   ASEAN Cosmetic Directive   มีผลบังคับใช้ ประเทศสมาชิกอาจอนุญาตให้มีการขายเครื่องสำอางที่ไม่ปฏิบัติตาม ASEAN Cosmetic Directive และ หลักเกณฑ์ GMPเครื่องสำอางอาเซียนได้   และในการประชุม  ACC ครั้งต่อไปจะพิจารณาเรื่องข้อกำหนดสำหรับ    ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะวางตลาดหลังวันที่ 1 มกราคม 2008  
               -  ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม 2008  เป็นต้นไป จะไม่มีการออกหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอางให้แก่สถานที่ผลิตเครื่องสำอางอีกต่อไป(no requirement for GMP certificate ) แต่ผู้ผลิตเครื่องสำอางจะต้องแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติได้ตาม  ASEAN Cosmetic Directive(ACD) และ  หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางอาเซียน (ASEAN Cosmetic GMP Guideline) โดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะใช้ ระบบตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตาม ACD  
               -  ภาครัฐจะต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอางทราบความคืบหน้าการดำเนินการ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ ASEAN Cosmetic Directive  เจ้าหน้าที่ภาครัฐในประเทศสมาชิกจะทำการสำรวจระดับของการปฏิบัติตาม GMP ของโรงงานผลิตเครื่องสำอางใน      อาเซียน  ในเดือน มกราคม  2007  โดยผลของการสำรวจจะใช้เป็นเกณฑ์สำหรับ ACC ในการตัดสินใจเพื่อกำหนดมาตรการตรวจติดตาม
               ASEAN Post Marketing Surveillance/ การประเมินความปลอดภัย
               -  ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติรับรองคู่มือGuide Manual for the Industry Adverse Event Reporting of Cosmetic Products และ Template for Notification สำหรับเครื่องสำอางฉบับปรับปรุงแก้ไขซึ่งสิงคโปร์ได้นำเสนอ
               -  ที่ประชุมได้มีมติรับร่าง PMS Alert System ที่สิงคโปร์นำเสนอ เป็น ASEAN Alert System สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย และมีข้อบกพร่อง   ที่ประชุมมีมติให้สิงคโปร์จัดทำร่างที่ผ่านการรับรองแล้วให้เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ (Official ASEAN Document) และส่งให้ประเทศสมาชิกนำไปปฏิบัติ
               รายงานความคืบหน้าของ ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
               -  ได้มีการฝึกอบรมสมาชิก ACSB  ที่ Vrije Universiteit of Brussels (VUB)  เมื่อวันที่  4- 9 เมษายน 2005    โดยACSB จะพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะมีการอบรมระยะสั้น ซึ่งสรุปในประเด็น ต่างๆมาจัดในอาเซียนภายในปีนี้โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญในประเทศและจากผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมของ EU
               -  ในกรณีที่มีเรื่องด่วนเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ACSB จะประสานความร่วมมือกับสมาชิกโดยทันที พร้อมทั้งให้ความเห็นในเชิงวิทยาศาสตร์ และส่งให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่รับผิดชอบในแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อพิจารณา ดำเนินการติดตามต่อไป
               ข้อมูลหนังสือคู่มือ AHCRS
               -  ACA ได้นำเสนอร่างหนังสือคู่มือข้อมูลทั่วไปของ AHCRS และ ACA เว็บไซต์  ชื่อ  www.ASEANcosmetics.org   เพื่อให้ข้อมูลผู้สนใจเกี่ยวกับเครื่องสำอางของประเทศสมาชิก ASEAN
               ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการดำเนินการตามAHCRS
               -  โครงการ EC-ASEAN จะไม่ขยายเกินปี 2005 มีความพยายาม ที่จะสำรวจความเป็นไปได้ในการเริ่มโปรแกรม phase 2 แต่อย่างไรก็ดี ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2006
               -  ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องความช่วยเหลือทางการเงินจากออสเตรเลีย
               -  มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากประเทศเยอรมันผ่านทางกองทุนสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ
               -  ที่ประชุมได้รับรองข้อเสนอความช่วยเหลือของประเทศสมาชิกสำหรับเครื่องสำอางในปี 2006 เพื่อที่จะได้เดินหน้าในการเจรจากับประเทศเยอรมันต่อไป
               Horizontal Assistance
               -  EC-ASEAN จะจัดหาความช่วยเหลือในการแปลง ASEAN Cosmetic Directive ไป เป็นกฎหมายในประเทศสำหรับประเทศบรูไน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และไทย
               -  การประชุม ACC ครั้งที่ 5 จะจัดที่ประเทศบรูไน ในวันที่ 6-8 ธันวาคม 2005       โดยประเทศไทยจะหมดวาระการเป็นประธานในการประชุมครั้งต่อไป ดังนั้นในการประชุมครั้งที่ 5 รองประธานคือประเทศอินโดนีเซีย จะรับหน้าที่เป็นประธานโดยมีประเทศลาวทำหน้าที่รองประธาน

การประชุมครั้งที่ 3 คณะกรรมการวิชาการอาเซียน  ACSB
3th Meeting of ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB )
1 มิถุนายน 2548 ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศ มาเลเซีย

               สรุปประเด็นสำคัญได้  ดังนี้
               1. การกำหนดระยะเวลาในการใช้เครื่องสำอางหลังจากการเปิดใช้ (Period  After Opening requirement :PAO) นั้น  ยังไม่มีการพิจารณาจนกว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนและนำเสนอต่อที่ประชุม  โดยมอบให้ฝ่ายเลฃาฯ ประสานกับ COLIPA เพื่อขอรับข้อมูลรายละเอียดและผลของการใช้บังคับเรื่องนี้ในกลุ่มประเทศยุโรปก่อน  ขณะนี้กำลังดำเนินการติดต่อ COLIPA  เมื่อได้รับข้อมูลแล้วจะได้เวียนแจ้งให้สมาชิกทุกท่านได้ทราบต่อไป
               2. การกำหนดมาตรฐาน microbial limit  ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำเร็จรูปนั้น อยู่ในระหว่างการดำเนินการหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดมาตรฐาน microbial limit ของเครื่องสำอางในประเทศอาเซียน
               การเข้ารับการอบรมการประเมินความปลอดภัยของเครื่องสำอาง
               เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมเกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยในด้าน Biology  Chemistry  Physiology and  Test Methodology  รวมถึงกลยุทธในการประเมิน การจัดเตรียมเอกสารความปลอดภัยของเครื่องสำอาง(Making a Cosmetic dossier ) ปัญหาและการแก้ไข  และการอบรมจบหลักสูตรโดยมีการสอบข้อเขียน   ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นในการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
               การทบทวนสารใน ASEAN Handbook of Cosmetic Ingredients
               ACSB  Secretary   รายงานความคืบหน้าให้ทราบว่าขณะนี้ EU ได้มีการพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับการใช้สารต่างๆดังต่อไปนี้คือ
               1. Preservative  พิจารณาทบทวนปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ของสาร  propyl isopropyl  butyl  และ isobutyl  paraben
               2. Annexe VI+  วัตถุกันเสียชนิดใดที่ใช้ปริมาณสูงๆแล้วไม่มีเอกสารสนับสนุนจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุกันเสียในปริมาณดังกล่าวภายในเดือนตุลาคม 2548 นี้  และจะถูกจัดให้อยู่ในรายการของสารใน Annex II สารที่อยู่ระหว่างการทบทวน คือ Climbazole ,benzoic acid, sodium benzoate, triclocarban ,Alkyl (      C16/C18 and C22) trimethylammonium chloride และ EU กำลังจะออก Annexe III ฉบับล่าสุดเร็วๆนี้  สำหรับวัตถุกันเสียใหม่ 2 ชนิด คือ Benzoisothiazolidine และ Ethyl lauroyl arginate อยู่ระหว่างการศึกษา
               3. MDBGN (Methyldibromoglutaronitrile) SCCP ให้ความเห็นว่าไม่ปลอดภัยในการใช้สำหรับเครื่องสำอางประเภทที่ต้องล้างออก  และกำลังศึกษาโดยประเมินจากการใช้กับผู้บริโภคอยู่
               4. IPBC & other I-containing substances (Butylaminoformic acid 3 iodoprop-2-ynyl ester) SCCP ให้ความเห็นว่าการใช้ iodine ในเครื่องสำอางไม่ควรเกิน 20.0 % ของปริมาณที่ได้รับต่อวัน 150 ไมโครกรัม เท่ากับ 30 ไมโครกรัม
               5. สารที่อยู่ระหว่างพิจารณา CMR3s ได้แก่ สาร Toluene ,Cyclotetrasiloxane(D4) ,Bishydroxyethy biscetyl melonamide ,Furfural ,Glyoxal 4-aminophenol และ Acetaldehyde
               6. AHA อยู่ระหว่างพิจารณา และจะกำหนดปริมาณขั้นต่ำของ pH
               7. Vitamin K1 ผลิตภัณฑ์ที่มีสารนี้เป็นส่วนผสมถูกถอนออกจากตลาดของประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากเกิดการแพ้อย่างรุนแรง
               8.  Camphor&other terpense ผลิตภัณฑ์ของเด็กที่มีสารนี้เป็นส่วนผสมถูกถอนออกจากตลาดของประเทศฝรั่งเศส  เนื่องจากเหนี่ยวนำให้เกิดอาการไข้และเป็นตะคริว และสมาคมเครื่องสำอางในฝรั่งเศสได้เสนอให้กำหนดปริมาณสูงสุดพวกสารดังกล่าว
               9. Tea tree oil ถูกกำหนดให้ส่งข้อมูลความปลอดภัยด้านพิษวิทยาภายในสิ้นปี 2005
               10. แจ้งข้อมูลปัจจุบันที่กำลังจะออกประกาศเกี่ยวกับ การทดสอบในสัตว์ เนื่องจากจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2009 และภาคอุตสาหกรรมใน EU ถูกมอบหมายให้ใช้วิธีอื่นทดแทน ลดการใช้และกลั่นกรองในการใช้สัตว์ทดลอง  ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดคือ   
               - Replacement alternative  permit a given purpose to be achieved without using animals
               -  Reduction alternative obtain a comparable level of information from the use of fewer animals, or more information from the same number of animals
               -  Refinement alternative alleviate or minimise potential pain ,suffering and distress
               11. การพิจารณาผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยวระหว่างยาและเครื่องสำอาง(Borderline Products)  จะยังไม่มีผลกระทบต่อ ASEAN และจะถูกหยิบยกมาให้พิจารณาภายหลังปี 2008   สมาชิก ACSB ควรทบทวนข้อมูล EC เมื่อมีการออกประกาศฯใหม่ๆขึ้นมาและเสนอข้อคิดเห็นนี้ต่อ ACC  และยกประเด็นที่สำคัญที่ควรจัดการและควรกำหนดไว้ใน ACSB Guideline และควรที่จะเชื่อมโยงกับ EC Guideline ด้วย   

กิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อ
               1. ACSB  Secretary จะเวียนส่งข้อมูล Guideline on borderline products ให้กับ ACSB เพื่อการพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
               2. ขอให้ ACSB พิจารณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะออกใหม่ว่าควรจัดเป็นผลิตภัณฑ์ ประเภทใดและควรดำเนินการอย่างไรให้มีความปลอดภัย เช่น การใช้สาร hydrogen peroxide ในผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาว   การสัก(tattoos) และ mesotherapy
               3. การต่อต้านการใช้สัตว์ทดลอง  การห้ามใช้สัตว์ทดลองยังไม่มีผลบังคับใช้ในกลุ่มอาเซียน  แต่  ACSB ต้องประเมินผลกระทบในการยืนยันคงใช้สัตว์ทดลองต่อไป  เมื่อจำเป็นต้องมีธุรกรรมทางการค้าที่ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ EU  และนอกจากนี้หลายประเทศยืนยันจะไม่ยอมรับการต่อต้านการใช้สัตว์ทดลอง  จึงมอบหมายให้  ACA ประสานกับสมาคมภาคเอกชน (COLIPA, CTFA และ JCIA) และรายงานผลให้กับ ACSB เกี่ยวกับผลกระทบในข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นให้ที่ประชุมทราบด้วย
               ผลการติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญของ EU ปรากฏว่าข้อคิดเห็นที่ EU จะยกเลิกห้ามใช้สัตว์ทดลองในเครื่องสำอางคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากความเห็นนี้กำลังจะนำเสนอต่อ European Court of Justice เพื่อออกประกาศ  ดังนั้นสมาชิก ACSB ต้องจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
               ACA  ได้พัฒนาเว็ปไซด์และเสนอให้ ACSB  ใช้เป็นเครื่องมือในการเสนอความเห็น ข้อมูล ข่าวสาร วาระการประชุม และรายงานการประชุมผ่านเว็ปไซด์นี้  

 

การประชุม ACC ครั้งที่ 5

5th Meeting of ASEAN Cosmetic Committee (ACC)and 4th
Meeting of ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
6-8 ธันวาคม 2548 ณ กรุงบันดาร์เสรี ประเทศ บรูไน

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมีดังนี้
1.  Good Manufacturing Practice (GMP )
         ที่ประชุมมีมติรับรอง GMP Training Modules 1-13 เพื่อใช้ปฏิบัติทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน
ในประเทศสมาชิกโดยจะเผยแพร่ไว้ที่ websites ของ ACA  (ASEAN Cosmetic Association ) และ
websites เลขานุการอาเซียน (ASEAN Secretariat) สำหรับ Modules 14 ซึ่งเป็นแนวทางดำเนินการ
ของภาครัฐ ให้ประเทศสมาชิกนำกลับไปพิจารณาอีกครั้งโดยเฉพาะนิยามศัพท์ ( Terminology ) และความถี่
ในการตรวจประเมิน  

           กิจกรรมของ GMP ที่ต้องดำเนินการต่อไป
           1.1 จัดสัมมนา GMP  เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของประเทศสมาชิก รวบรวมสรุปให้ประเทศ
มาเลเซียในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะทำงาน GMP ของอาเซียน (ASEAN
GMP Taskforce )
ภายในเดือน สิงหาคม 2549
           1.2 การตรวจประเมิน GMP ใน 5 ประเทศอาเซียนโดยผู้เชี่ยวชาญอาวุโส
ของอาเซียน
(ASEAN Senior Expert) และเจ้าหน้าที่ในประเทศนั้นๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันในการดำเนินการด้าน GMPของอาเซียน
           1.3   การสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค ในเดือนพฤศจิกายน 2549  เพื่อสรุปผล
การตรวจประเมิน GMP ใน 5 ประเทศข้างต้น ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุม  ACC ครั้งที่ 7 ในเดือน ธันวาคม
2549

2. การเฝ้าระวังหลังออกสู่ตลาด  /ASEAN Post Marketing Surveillance
       2.1 ร่างแบบฟอร์มที่ใช้ในการจดแจ้ง และแนวทางการจดแจ้ง (Draft
Notification Template and Guidance on Notification
Procedures )
ที่ประชุมมีมติ
                    2.1.1 ให้ประเทศสิงคโปร์  จัดทำร่างคำจำกัดความใน Notification
Template
  ให้ชัดเจนและแจ้งเวียนประเทศสมาชิกเพื่อพิจารณารายละเอียด
                    2.1.2 พิจารณาร่าง Notification Template ประเทศสมาชิกต้องพิจารณาใน
ประเด็นต่างๆให้ครบถ้วน เกี่ยวกับ การแจ้งสูตร (Ingredient List) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งปริมาณส่วน
ประกอบเครื่องสำอาง  และคำจำกัดความของ manufactureres และ assemblers  แล้วส่งความเห็นให้
ประเทศสิงคโปร์ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2549   
                    2.1.3 จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค ในเดือน มีนาคม 2549 เพื่อ
จัดทำ Template and the Guidance on Notification ให้แล้วเสร็จ  ซึ่ง Template and the
Guidance on Notification ฉบับสมบูรณ์จะนำเสนอต่อที่ประชุม ACC ในการประชุม เดือน มิถุนายน
2549
       2.2 ระบบ Post Marketing Alert System ที่ประชุมเห็นชอบ
                     2.2.1 ให้มี Alert System  แบบเดียวกัน  สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพในอาเซียน
                     2.2.3 จัดทำร่าง Alert System ให้เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ
(Official ASEAN Document) โดยมอบหมายให้ประเทศสิงคโปร์ดำเนินการ

3. รายงานความคืบหน้าของ ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
          ที่ประชุมได้รับรองข้อเสนอของ ACSB และให้ดำเนินการต่อไปดังนี้
          3.1  รับรองการถอนสารจาก ASEAN Handbook จำนวน 76 สาร (สารห้ามใช้
สารที่มีเงื่อนไขการใช้  สี  วัตถุกันเสีย และสารกันแดด) สำหรับสารที่เหลืออีก 19 สาร ใน ASEAN Handbook ให้ประเทศสมาชิกนำไปพิจารณาอีกครั้งแล้วเสนอ ACC  ในครั้งต่อไป  
          3.2 ให้ตรวจสอบสาร CFC อีกครั้งเนื่องจากสารนี้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
          3.3 ให้ ACSB พิจารณาผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยว  เกี่ยวกับการใช้ Hydrogen Peroxide
ในผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาว (Tooth Whitener) ว่าจะจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใดเสนอแนะต่อ ACC ในการ
ประชุมครั้งต่อไป
           นอกจากนี้ให้พิจารณามาตรการของ US และ EU   เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหวัด
นกและให้เสนอแนะต่อที่ประชุมครั้งต่อไป       

4. ความคืบหน้าการดำเนินการ ASEAN Harmonized Cosmetic
Regulatory Scheme (AHCRS)
          4.1 ความคืบหน้าด้านการปรับกฎหมายในประเทศไทย
                   4.1.1 ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับใหม่ มีการพิจารณาดำเนินการแล้ว
ดังนี้
                                 1. พิจารณานิยามและมาตราต่างๆในร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับใหม่ให้สอด
คล้องกับ ASEAN Cosmetic Directive ทั้งนี้ในร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางฉบับใหม่มีการปรับ
ประเภทของเครื่องสำอาง จาก 3 ประเภท เหลือเป็นเพียงเครื่องสำอางประเภทเดียวที่จะต้องมาจดแจ้งกับภาครัฐ
การเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการโฆษณา การเพิ่มหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีการรับแจ้ง การรายงานอาการไม่พึงประสงค์
และการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ณ สถานประกอบการไว้ด้วย
                                 2.กลุ่มควบคุมเครื่องสำอางอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำระบบฐานข้อมูล    เพื่อรองรับการ
จดแจ้งและการใช้สารเป็นส่วนผสมตาม ASEAN COSMETIC DIRECTIVE
                 4.1.2  ความคืบหน้าโครงการส่งเสริมกรรมวิธีการผลิตเครื่องสำอาง
(ASEAN Cosmetic GMP
)
                                กลุ่มควบคุมเครื่องสำอางและกลุ่มตรวจสอบและติดตาม มีแผนงานที่จะเพิ่มระบบคุณภาพ
และพัฒนาศักยภาพของผู้ประเมินรวมถึงพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยด้วยแล้ว
ข้อสังเกต:  ภาพรวมของประเทศต่างๆในอาเซียนต่างก็แสดงความกังวลว่า SME ในประเทศจะไม่พร้อมใน
การปฏิบัติตาม  ASEAN GMP ภายในปี 2551 ฉะนั้นกลุ่มควบคุมเครื่องสำอางจะได้รวบรวมข้อมูลเพื่ออ้างอิง
ต่อไป
                 4.1.3  ความคืบหน้าโครงการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและการ
ประเมินความปลอดภัยของเครื่องสำอาง (Post Marketing Surveillance /
Product Safety Evaluation - PMS/PSE )
                                 -  PMS 1
                                        กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ได้จัดทำวิธีทดสอบที่
สอดคล้องกันกับ Harmonized Test Methods  และ  รวมได้จัดทำ วิดีโอซีดีแล้ว
                                  -  PMS 2
                                         มีการอบรม PMS 2 โดยโครงการ EC-ASEAN ซึ่งจัดที่ประเทศไทยที่โรงแรม
อโนมา กรุงเทพ ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2548 โดยมีทั้งผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศสมาชิก
รวมทั้งผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมอบรมด้วย
                                  - PMS 3
                                        ได้มีการดูงานที่ประเทศเยอรมัน และประเทศฮังการี ระหว่างวันที่ 17-21ตุลาคม
2548 โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศสมาชิกรวมทั้งผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมดูงานด้วย
ทั้งนี้จะได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายของเครื่องสำอางต่อไป
                 4.1.4 ความคืบหน้าด้าน ASEAN Cosmetic Scientific Body
(ACSB)
                  
มีคณะทำงานวิชาการด้านเครื่องสำอางของประเทศไทย ประกอบไปด้วยภาครัฐ และผู้แทน
จากสมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง โดยในปี 2548 มีการประชุมมาแล้ว 6 ครั้ง และได้พิจารณาสารใน
ASEAN Handbook of cosmetic Ingredients และนำเสนอแก่คณะ ACSB  ของอาเซียนแล้วเมื่อวันที่
6 ธันวาคม 2548
ประเด็นสำคัญ: ที่ประชุมขอให้ประเทศสมาชิกเร่งเตรียมการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การปรับแก้กฎหมายและการเตรียมการให้ภาคอุตสาหกรรมปฏิบัติตาม GMP
Guideline เพื่อให้ปฏิบัติตามได้ทันในเดือนมกราคม 2551

5. ข้อมูลหนังสือคู่มือ ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory
Scheme (AHCRS
)
          ASEAN Cosmetic Association (ACA )ได้นำเสนอร่างคู่มือข้อมูลทั่วไปของ
AHCRS  โดยมอบหมายให้ประเทศสมาชิกกลับไปพิจารณาร่างหนังสือดังกล่าวให้รอบคอบก่อน

6. ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการดำเนินการตาม  AHCRS
          การประเมินการขอความช่วยเหลือเพิ่ม
 
        ที่ประชุมขอให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดยื่นขอรับความช่วยเหลือเกี่ยวกับการอบรมเพิ่มเติมด้านการเฝ้าระวัง
หลังออกสู่ตลาด  (PMS) โดยเสนอต่อเลขานุการอาเซียน ภายใน 15 มกราคม 2549 และติดตามประสานกับ
เลขานุการอาเซียนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถดำเนินการจัดทำกิจกรรมดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ

7. เรื่องอื่นๆ
          7.1 ผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยวระหว่างยาและเครื่องสำอาง  
                   ปัจจุบันมีความแตกต่างในข้อกำหนดทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในอาเซียน จึงให้ภาครัฐของ
อาเซียน จัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยว เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าสู่ AHCRS
เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ระหว่างประเทศอาเซียนในการประชุมเชิงปฏิบัติการ Good
Regulatory Practice Workshop ที่จะมาถึงนี้
          7.2 กรณีสารห้ามใช้ใน EU
                   ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้แสดงความห่วงใยกรณีที่ ตั้งแต่ปี 2004 ภาคผนวกของสารห้ามใช้
ของ EU ที่มีเพิ่มขึ้นอีก 710 สาร ยังไม่ได้บังคับใช้ในอาเซียน ซึ่งมีโอกาสที่บริษัทเครื่องสำอางของประเทศใน
กลุ่มยุโรปจะส่งสินค้าเหล่านี้มาวางตลาดในอาเซียน ประเทศสมาชิกจึงถูกผลักดันให้มีมาตรการเร่งด่วนในการหยุด
ยั้งสินค้าเหล่านี้ โดยการจัดสารเหล่านี้ลงในรายการสารห้ามใช้  
                  ที่ประชุมได้ให้ความเห็นว่าการเข้าสู่ บทบัญญัติเครื่องสำอางจะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2551 ดังนั้น
การตัดสินใจที่จะห้ามใช้สารเหล่านี้ก่อนวันที่กำหนดจะไม่เป็นการบังคับแก่ประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตามประเทศ
สมาชิกอาจเลือกที่จะควบคุมเกี่ยวกับสินค้าเหล่านี้เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค  และขอให้คณะทำงาน ACSB
พิจารณาสารห้ามใช้ที่เพิ่มขึ้นและเสนอต่อ ACC ในการประชุมครั้งต่อไป

8. การประชุม ACC ครั้งต่อไป
          ที่ประชุมมีมติให้จัดการประชุม ACC ครั้งที่ 6  ณ เมือง Siem Reap  ประเทศกัมพูชา ในเดือน  มิ.ย.
2549  

 

การประชุม ACC ครั้งที่ 6

6th Meeting of ASEAN Cosmetic Committee (ACC)and 5th
Meeting of ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
14-16 มิถุนายน 2549 ที่เมือง Siem Reap ประเทศ Cambodia

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมีดังนี้
1.ในด้าน GMP  บทบัญญัติเครื่องสำอางบังคับให้เครื่องสำอางทุกชนิดต้องปฏิบัติตาม GMP Guideline และผู้ผลิตต้องมาแจ้งกับภาครัฐว่าการผลิตดังกล่าวปฏิบัติตาม GMP Guideline  ทั้งนี้เครื่องสำอางที่ผลิตนอกภูมิภาคจะมีการกำหนดเรื่องนี้อย่างไรนั้น จะต้องหารือในการประชุม  Regional Good Manufacturing Practice (GMP) Training ที่ Kuala Lumpurประเทศ Malaysia ในวันที่31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2006 ต่อไป

2. ในเรื่องผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยวระหว่างเครื่องสำอางกับยาได้ข้อสรุปดังนี้
       ผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นเครื่องสำอาง ได้แก่ Mouth wash , Anti-caries toothpaste , Anti-dandruff  
และ Sunscreen เป็นต้น
        สำหรับผลิตภัณฑ์ ที่ต้องพิจารณาต่อไปได้แก่  Personal lubricant , Nasal cleanser , Anti bacterial leave on ,  Slimming products , Products containing ingredients from Annex II or Annex III (above the limits or for a different use) such as hydroquinone ที่ประชุมเสนอ
ให้มีการจัดทำรายการข้อความที่ห้ามใช้ในการโฆษณาเครื่องสำอาง
(list of unacceptable claims for cosmetic products ) ได้มอบหมายให้คณะ ACSB หารือในเรื่อง
ผลิตภัณฑ์คาบเกี่ยว และ ข้อความที่ห้ามใช้

3. ทราบถึงความก้าวหน้าในการเตรียมการในการเข้าสู่ บทบัญญัติเครื่องสำอางภายในปี พ.ศ.2551
       ความก้าวหน้าของคณะ ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
    *
ASEAN handbook of Cosmetic Ingredients และ Microbiological Test Limits
          -  ได้ตัดสารออกจาก ASEAN handbook จำนวน 14 สาร โดยนำไปเพิ่มตาม Annex ที่เกี่ยวข้องจึง
เหลือเพียง 6 สารที่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำไปประชุม ACSB ในครั้งต่อไป
          -  ยอมรับตาม EU list  ได้แก่ สารห้ามใช้ตาม EU เพิ่มอีก 731 สาร  UV Filter 3 สาร , สารกันเสีย 1
สาร
          -  ยอมรับ ASEAN Guideline สำหรับ Microbiological Test Limits
      * Oral Care
          -  ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน  ให้ ACSBไปพิจารณาการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ที่มี Hydrogen peroxide
มากกว่า 6%โดยประเทศต่างๆกลับไปหาข้อมูลปริมาณที่ทันตแพทย์ใช้และแจ้งต่อสิงคโปร์และมาเลเซียภายใน
สิ้นเดือนกันยายน 2549 เพื่อ ACSB จะได้ข้อสรุปแล้วและนำเสนอ ACC พิจารณาในครั้งต่อไป
          -  ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ ประเทศไทยเสนอให้ยอมรับที่ปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1,100 ppm ซึ่งที่ประชุมมี
มติให้ประเทศสมาชิกนำข้อมูลทางวิชาการที่ได้รับจากการนำเสนอของผู้เชี่ยวชาญทันตแพทย์หญิงศันสณี รัชชกูล
ว่า Fluorosis เกิดขึ้นกับหลายประเทศในอาเซียน เห็นควรนำกลับไปหารือกับสมาคมทันตแพทย์ในประเทศของ
ตนเพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดฟันตกกระ ( Fluorosis ) และนำผลการหารือเสนอต่อ ACSB เพื่อร่วม
พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป
       สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคนในประเทศที่มีความเสี่ยงเฉพาะประเทศนั้นๆ (เช่น กรณี
ปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับ Fluorosis ) สามารถใช้มาตราที่ 11 ในบทบัญญัติ
เครื่องสำอางได้
       *  แนวทางการแสดงสรรพคุณของเครื่องสำอาง
           -  ที่ประชุมมอบคณะ ACSB ไปหาแนวทางของรายการของคำที่ห้ามใช้ในการแสดงสรรพคุณ ( a list of unacceptable claims ) และให้รายงานความก้าวหน้าต่อที่ประชุม ACC ในครั้งต่อไป
      ความก้าวหน้าเกี่ยวกับ ASEAN Cosmetic GMP
      ที่ประชุมจะเผยแพร่ 13 GMP Training Module ที่ website ของ  ASEAN Secretariat และ
ACA เพื่อใช้อ้างอิง สำหรับการจัด Echo Seminar in GMP ประเทศไทยได้แปล 13 GMP Training Module และได้จัดการสัมมนาเกี่ยวกับ ASEAN Cosmetic GMP 13 GMP Training Module ที่
กรุงเทพ เมื่อวันที่ 1-2 มิ.ย.2549 มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาทั้งสิ้น 350 คนและได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง
ผู้เข้าสัมมนา พบว่ายังมีข้อสงสัยในบางประเด็นซึ่ง GMP Expert ของไทยจะรวบรวมข้อคิดเห็น Feedback on GMP Training module เสนอต่อมาเลเซียและ ASEAN Secretariat ภายใน 15  ก.ค.2549
      ที่ประชุมมอบหมายให้มาเลเซียและ ASEAN Secretariat ร่วมกับ GMP Expert และประเทศสมาชิก
พิจารณาเกี่ยวกับการเทียบ ASEAN Cosmetic GMP Guideline กับมาตรฐานประเทศอื่นๆนอก ASEAN ( เช่นในกรณีของเครื่องสำอางที่ผลิตนอกภูมิภาคซึ่งมิได้ปฏิบัติตาม ASEAN GMP )เพื่อใช้หารือในการประชุม Regional GMP Workshop ที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 31 ก.ค - 3 ส.ค.2549
      มาเลเซียเสนอให้จัดตั้ง regional database on GMP compliace ระหว่างภาครัฐ ซึ่งจะหารือเกี่ยว
กับเรื่องนี้ในการประชุม Regional GMP Workshop ที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 31 ก.ค-3ส.ค.2549 เช่นกัน
       ความก้าวหน้าเกี่ยวกับ การเฝ้าระวังหลังออกสู่ตลาด ( Post Marketing Surveillance, PMS )
        PMS 1    Strengthen Cosmetic Laboratories Network
          
ASEAN Secretariat ได้เสนอให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง
โดยภาครัฐและเอกชน ที่ประชุมเห็นด้วยกับการเลือกห้องปฏิบัติการสำหรับภาครัฐ โดยใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้รับ
การรับรองโดย ISO/IEC 17025 หรือได้รับการมอบหมายจาก  ILAC หรือ APLAC
        PMS 2&3 Safety and Efficacy Evaluation  
                 การอบรม Regional Workshop on Development of Safety Evaluation Guideline เมื่อวันที่ 12-13 มิ.ย.2549 ประสบผลสำเร็จอย่างดี  ได้มีการร่าง Guideline On Safety Evaluation และให้สมาชิกอาเซียนพิจารณาและให้ส่งข้อคิดเห็นไปยังสิงคโปร์ภายในวันที่ 31 ต.ค.2549 และ
จะได้ปรับแก้ไขและเวียนให้ความเห็นอีกครั้งก่อนที่ประชุม Workshop ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดก่อนหน้าการประชุม ACC ครั้งต่อไป

4. ผลการอบรม PMS ภายใต้โครงการ ITC
       การอบรม PMS  2 และ 3 ทั้งการอบรมในภูมิภาคและอบรมในแต่ละประเทศ ภายใต้โครงการ ITC  ใน
เดือน พ.ค.และ มิ.ย.2549 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ที่ประชุมมีความเห็นว่ายังมีช่องว่างในการเข้าสู่
บทบัญญัติเครื่องสำอางอยู่มากในแต่ละประเทศ บางประเทศมีความก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นมาก ที่ประชุมจึงเสนอ
แนะและแนะนำให้เพิ่มความพยายามในด้านการพัฒนาศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้การก้าวสู่
บทบัญญัติเครื่องสำอางอย่างราบรื่นและที่ประชุมเสนอให้ ACSB และ ACA พิจารณาเกี่ยวกับการแสดงส่วน
ประกอบบนฉลาก ความคงตัว และวันหมดอายุ และให้ข้อเสนอแนะต่อ ACC ในการประชุมครั้งต่อไป
       นอกจากนี้ที่ประชุมยังเสนอให้มีการจัดทำ PMS Guideline รวมถึงข้อมูลที่ภาครัฐควรตรวจสอบใน Product Information File และวิธีการจัดทำ  Product Information File

5. ระบบการเตือนภัยหลังออกสู่ตลาด Post Market Alert System
       ให้มีการทดลองใช้ Post Market Alert System ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2549 จนถึง 16 มิถุนายน 2550 โดยประเทศสิงคโปร์เป็นผู้รับผิดชอบระบบดังกล่าว

6. การพิจารณาและยอมรับแบบการจดแจ้งและแนวทางการจดแจ้ง
      สิงคโปร์รายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ Product Notification ระหว่าง 16- 17 มี.ค.2549
ที่อินโดนีเซีย ซึ่งมีรายละเอียดของแบบการจดแจ้งล่าสุด the final Cosmetic Product Notification Template   
      ที่ประชุมตกลงว่าสามารถใช้มาตรา 11 ของบทบัญญัติเครื่องสำอาง มาใช้บัญญัติได้ในกรณีที่พบว่าผลิตภัณฑ์
มีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนโดยฉุกเฉินได้ ซึ่งพิจารณาว่าควรจัดให้เป็นข้อกำหนดเฉพาะประเทศนั้นๆ ซึ่ง
สามารถจะนำไปปรากฏใน Annexes หรือ appendicesในบทบัญญัติเครื่องสำอาง นอกจากนี้ที่ประชุมตกลงให้เครื่องสำอางที่ผลิตเพื่อเป็นตัวอย่างทุกชนิด รวมทั้งที่แจกหรือใช้ภายในโรงแรมจะต้องมาจดแจ้งแก่ภาครัฐใน
ประเทศสมาชิกด้วย

7.  วันที่-สถานที่ประชุมครั้งต่อไป
        การประชุม ACC ครั้งที่ 7 จะจัดสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2549 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

 

การประชุม ACC ครั้งที่ 7

7th Meeting of ASEAN Cosmetic Committee (ACC)and 6th
Meeting of ASEAN Cosmetic Scientific Body (ACSB)
5-8 ธันวาคม 2549 ณ Bohol ประเทศ ฟิลิปปินส์

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมีดังนี้
1.   การตีความหมายของ มาตราที่ 4 ของข้อตกลง (Different interpretation on Article 4.) Member States shall adopt the Cosmetic Ingredient Listing of the EU Cosmetic Directive 76/768/EEC including amendments”
          “ ประเทศสมาชิกต้องรับรายการสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางตามบทบัญญัติของสหภาพยุโรป
ฉบับที่ 76/768/EEC รวมถึงฉบับที่แก้ไขปรับปรุงล่าสุด ”    ซึ่งขัดแย้งกับกลไกที่มีข้อตกลงใน ACC ที่กำหนดไว้ว่าเมื่อมีการแก้ไขรายการสารของ EU จำเป็นต้องให้ ACSB พิจารณาทบทวนและมีมติยอมรับจาก ACC ก่อน
ดังนั้นให้ประเทศสมาชิกหารือนักกฎหมายและส่งข้อเสนอให้กับฝ่ายเลขาอาเซียนภายในวันที่ 20 มีนาคม 2549


2.  Grace Period in Article 12
       ที่ประชุมมีมติเกี่ยวการตีความหมายดังกล่าวว่าประเทศสมาชิกจะยอมให้สินค้าที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ
บทบัญญัติเครื่องสำอางที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วหรือผลิตก่อนวันที่บทบัญญัติเครื่องสำอางจะมีผลบังคับใช้
(1 มกราคม  2551) ให้ขายในประเทศนั้นๆได้ต่อไปได้อีก 36 เดือน สำหรับเครื่องสำอางที่ผลิตหลังจากวันที่
บทบัญญัติเครื่องสำอางจะมีผลบังคับใช้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบัญญัติเครื่องสำอาง ( ASEAN Cosmetic Directive ) ทันที

3.  Notification matter (กรณี Notification Number)
      จากการประชุมที่ผ่านมามิได้กำหนดให้ใส่ Notification Number ที่ฉลาก แต่ผู้แทนจากประเทศอินโดนีเซีย
เห็นว่าน่าจะเป็นการตัดสินใจในระดับประเทศเพราะการกำหนดให้ใส่ Notification Number ที่ฉลากเป็นการ
คุ้มครองผู้บริโภคและเป็นประโยชน์ต่อการนำเข้าเครื่องสำอางเพราะจะไม่มีการขึ้นทะเบียนอีกต่อไป
      ที่ประชุมมีมติว่าการแสดงเลขรับแจ้งบนฉลากไม่ได้เป็นการประกันว่าผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคได้รับการ
คุ้มครองจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย   ต่ำกว่ามาตรฐาน  ปลอม และที่มีสารปนเปื้อนหรือเจือปนอยู่  การที่จะ
ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ใดปลอม   ต้องเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น จึงให้ผู้แทนจาก
ประเทศอินโดนีเซียนำไปพิจารณาและแจ้งให้ประเทศสมาชิกทราบต่อไป

4.  ประเภทเครื่องสำอาง
      ที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของเลขาอาเซียน   ที่กำหนดให้เพิ่มเติมประเภทเครื่องสำอาง จากเดิมที่มี
20 ประเภท โดยผนวกเข้าไว้ใน ANNEX I แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับการพิจารณาและผ่านความเห็นชอบและได้รับ
การยืนยันจาก ACC ว่าเป็นเครื่องสำอาง  เช่น น้ำยาบ้วนปาก  ผลิตภัณฑ์ขจัดรังแค ผลิตภัณฑ์กันแดด เป็นต้น

5. GMP
       เห็นชอบด้วยกับ 5 GMP GUIDELINE  เทียบเท่า ASEAN COSMETIC GMP   คือ
       5.1 WHO Guide to GMP for Pharmaceutical Products
       5.2 PIC/S Guide to GMP for Medicinal Products/ Australian Code of  GMP for Therapeutic Goods
       5.3 Draft International Standard ISO/DIS 22716- Guideline on Cosmetic Good Manufacturing Practice
       5.4 US CTFA Guideline for Cosmetic Good Manufacturing Practice (April 28, 2005)
       5.5 COLIPA Guideline for Manufacturing of Cosmetic Products.
** แต่ให้รับพิจารณา GMP GUIDELINE  ประเทศอื่นที่เทียบเท่าด้วย

6.  ACSB (ASEAN COSMETICS SCIENTIFIC BODY)
     
6.1 ฉลาก
               -  เห็นชอบกับการแสดงส่วนผสมที่กำหนดใน ACD ให้แสดงทุกสารบนฉลาก  โดยเรียงลำดับสารตาม
ปริมาณที่ใช้จากมากไปหาน้อยและใช้ INCI NAME
               -  วันที่ผลิต/หมดอายุ  ให้แสดง “เดือนกับปี” การแสดงวันหมดอายุ กำหนดไว้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้น้อย  กว่า 30 เดือน
               -  ไม่มีการแสดงเลขรับแจ้งบนฉลาก
        6.2.  Borderline products
                 -  Personal lubricant products , Intranasal cleansing products  ไม่จัดเป็นเครื่อง
สำอาง
                 -  Leave on antimicrobial products   จัดเป็นเครื่องสำอางแต่ต้องไม่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ และใช้สารตามที่ควบคุมปริมาณการใช้ตามเงื่อนไขที่กำหนดใน ACD และไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีแผลเพื่อทำ
ความสะอาดบาดแผล
         6.3  ให้พิจารณาทบทวน 11 ประเภทว่าจัดเป็นเครื่องสำอางหรือไม่ เช่น Anti-hair loss, Anti-cellulite , Anti-acne   เป็นต้น
         6.4  Claim  guideline อยู่ในขั้นตอนพิจารณาร่างฯ  ซึ่ง Final draft จะเสนอ ACC ครั้งต่อไป
         6.5 Hydrogen Peroxide for Tooth-Whitening ให้ประเทศสิงคโปร์ตรวจสอบข้อมูลการใช้
ที่ใช้โดยทันตแพทย์ ที่ ปริมาณ 6% เนื่องจากปริมาณการใช้สารดังกล่าวมีความแตกต่างในแต่ละประเทศ และ
นำเสนอที่ประชุมในครั้งต่อไป
         6.6 Fluoride levels in Oral Care เห็นชอบให้ประเทศไทยใช้มาตรา 11 เพื่อกำหนดปริมาณ
ฟลูออไรด์ในผลิตภัณฑ์ในช่องปากไม่เกิน 1100 ppm  เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับฟันตกกระ ความผิดปกติของ
กระดูก และปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำธรรมชาติที่มีปริมาณสูงให้ศึกษาปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมในยาสีฟันเด็ก
เพื่อนำเสนอในครั้งต่อไป

7.  Trace impurities of ingredients
     
ให้ศึกษาปริมาณสูงสุดของสารปนเปื้อนที่ควรให้มีได้ในเครื่องสำอาง เช่น โลหะหนัก

8. Technical Assistance for 2007  เลขาอาเซียนได้แจ้งให้ทราบว่า ได้รับทุนสนับสนุนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในปี2007-2008 ในหัวข้อ
        8.1 PMS1 – Testing Laboratories
        8.2 PMS2 & 3 – Post Safety and Product Efficacy Evaluation
        8.3 GMP
        8.4 Transposition of Directive into National law

9.  การประชุม ACC ครั้งต่อไป
       ที่ประชุมมีมติให้จัดการประชุม ACC ครั้งที่ 8  ประเทศลาว  ในเดือน  มิ.ย. 2550

 

 

 

PRINCIPLE
PRINCIPLE OF THE HARMONIZATION OF THE ASEAN REGULATIONS
  1. The definition of cosmetic product is accepted by all ASEAN member countries. It specifies the parts of the human body to which the product will be applied and the functions it will perform.

  2. The manufacturers, importers and wholesalers of cosmetic product are responsible for the safety, quality, and claimed benefits of the cosmetic product.

  3. Retailers are responsible for the safety and quality of the cosmetic product.

  4. Manufacturers, importers and wholesalers are able to substantiate the safety, quality and claimed benefits of the cosmetic product.

  5. Manufacturers, importers and wholesalers provide government control agencies access to report of studies or substantiation of safety, and claimed benefits of a cosmetic product; and reports of adverse reactions associated with their cosmetic products.

  6. Government control agencies have a clear mandate and authority to inspect and examine cosmetic products at the point of manufacture and anywhere in the market.

  7. Government control agencies have a clear mandate and authority to inspect cosmetic manufacturing plants using the ASEAN Guidelines on Cosmetic Good Manufacturing Practice.

  8. Cosmetic technical regulations and conformity assessments are consistent with the objectives of free trade and consumers safety.

  9. Complete and correct information about a cosmetic product are readily accessible to and by the government regulatory or cosmetic control agencies.

  10. Consumers are provided with substantial information to enable them make an informed choice and the proper use of cosmetic products.

  11. The responsibilities of the cosmetic manufacturers, importers and wholesalers over substandard cosmetic products are clear and mandatory.

  12. ASEAN member countries have a common list of restricted and non-permissible cosmetic ingredients and substances.

  13. The ASEAN accepts the international nomenclature of cosmetic ingredients and substances.

 

ร่างแผนการ ร่างแผนการบรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอางของอาเซียน
 

ร่างแผนการบรรสานระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอางของอาเซียนซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การปรับลด
การกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ก่อนการออกวางตลาดและกำหนดให้แผนนี้สำเร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2008 [ในช่วง
แรกของการประชุมได้กำหนดแผนไว้ที่ปี 2002 ต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็น 2008] ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ

ขั้นที่  l Mutual Recognition of Product Registration Approvals
ขั้นที่ lI ASEAN Cosmetic Directive

 

 
แผนการขั้นที่ l

ASEAN Mutual Recognition Arrangement of Product Registration Approvals for Cosmetics


เครื่องสำอางที่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศหนึ่งแล้ว สามารถออกวางจำหน่ายในประเทศสมาชิกอื่นๆ
โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนในประเทศนั้นๆ อีก

มีการจัดทำรายการข้อกำหนดพื้นฐาน และเวลาในการขึ้นทะเบียน ในขั้นนี้ทุกประเทศจะใช้วิธีการ
และระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนอย่างเดียวกันและยอมรับการขึ้น ทะเบียนของกันและกัน ระยะที่ I นี้มีเป้า
หมายที่จะเริ่มในปี ค.ศ. 2001 (ต่อมาเปลี่ยนแปลงให้ระยะที่ I นี้เป็นเรื่องความสมัครใจและความพร้อมของ
แต่ละประเทศหลังจากมีการลงนาม)
 

แผนการขั้นที่ lI

ASEAN Cosmetic Directive

ระยะที่ II มีแนวคิดที่จะปรับลดระบบการการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการออกวางตลาด (Pre-Marketing
Approval) โดยผู้ประกอบการจะยื่นหนังสือแจ้งผลิตหรือนำเข้าต่อหน่วยงานกำกับดูแลเครื่องสำอาง (ในประเทศ
ไทยคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ก่อนออกวางจำหน่ายในประเทศนั้น ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่ม
ในปี 2002 [ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาเป็นปี 2008]

 

ข้อกำหนดพื้นฐาน ข้อกำหนดพื้นฐานทางวิชาการสำหรับเครื่องสำอาง
[TECHNICAL REQUIREMENTS for COSMETICS]
 

1. ข้อกำหนดในเรื่อง Import/Export Requirements ร่างโดยสิงคโปร์

2. ข้อกำหนดในเรื่อง Product Registration Requirements ร่างโดยฟิลิปปินส์

3. ข้อกำหนดในเรื่อง Labeling Requirements ร่างโดยมาเลเซีย

4. ข้อกำหนดในเรื่อง Claims Guidelines/Requirements ร่างโดยมาเลเซีย

5. ข้อกำหนดในเรื่อง GMP Guidelines ร่างโดยมาเลเซีย

6. ข้อกำหนดในเรื่อง Ingredient Listings ร่างโดยประเทศไทย ประกอบด้วย

7. ข้อกำหนดในเรื่อง Cosmetic Categorization ร่างโดยอินโดนีเซีย

 


  กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง สำนักควบคุมเครืองสำอางและวัตถุอันตราย
  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  กระทรวงสาธารณสุข  ถนนติวานนท์ นนทบุรี 11000  โทร. 0-2590-7169