ความปลอดภัยของอาหารที่มีการตัดต่อยีน

           ขณะนี้แม้ว่าโคเด็กซ์ยังไม่ได้กำหนดมาตรฐานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ความปลอดภัยหรือข้อกำหนดด้านวิชาการของอาหารที่มีการตัดแต่งยีน (GMF) แต่คณะกรรมการวิชาการของโคเด็กซ์กำลังดำเนินการเกี่ยวกับด้านความปลอดภัย ฉลากอาหาร และโภชนาการของผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพ โดยจัดให้อยู่ในลำดับความสำคัญต้น ๆ ของแผนงานครึ่งเทอม อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการโคเด็กซ์ได้กระตุ้นให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (FAO) จัดการประชุมหารือของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพขึ้นในครั้งแรกในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งเป็นการประชุมหารือของผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดกลยุทธิ์ในการประเมินความปลอดภัยของอาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ข้อเสนอแนะบางประการของผู้เชี่ยวชาญจากการประชุมครั้งนี้ซึ่งมีประโยชน์มากนั้น เรียกร้องให้หน่วยงานที่ควบคุมทางกฎหมายของแต่ละประเทศ มีการควบคุมและใช้กฎหมายอาหารให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโลโนยีด้านชีวภาพ และหน่วยงานควบคุมกฎหมายของแต่ละประเทศควรกำหนดกลยุทธิ์ที่เหมาะสมในการประเมินความปลอดภัยของอาหารที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การประเมินนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง เป็นต้น และในขณะเดียวกันควรให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสำหรับการผลิตและแปรรูปอาหาร ตลอดจนข้อมูลด้านความปลอดภัย

           ในการประชุมหารือของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพและความปลอดภัยของอาหาร ในปี ค.ศ. 1996 ได้มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยของอาหารและส่วนประกอบของอาหาร ที่ได้จากสิ่งมีชีวิตที่มีการดัดแปลงยีน (GMOs) โดยยึดหลักการใช้แนวคิดของความเท่าเทียมกันในสาระสำคัญ (Substantial Equivalence) ซึ่งกำหนดต้องให้มีการแสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะของ GMOs หรืออาหารที่จาก GMOs ที่ประเมินนั้นมีเหมือนกับคุณลักษณะของอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารปกติโดยวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่เหมาะสม

           ผลของการใช้แนวทางความเท่าเทียมกันในสาระสำคัญพิจารณาได้ 3 ทางด้วยกัน คือ
           1. ในกรณีที่สามารถแสดงได้ว่าสิ่งมีชีวิตหรือผลิตภัณฑ์อาหารมีความเท่าเทียมกันใน สาระสำคัญก็ถือว่ามีความปลอดภัยต่อการบริโภค
           2. ในกรณีที่แสดงได้ว่ามีความแตกต่างจากที่กำหนดของความเท่าเทียมกันในสาระ สำคัญ จะต้องมีการประเมินความปลอดภัยต่อไปโดยเน้นในเรื่องความแตกต่างนั้น
           3. ในกรณีที่แสดงความไม่เท่าเทียมกันในสาระสำคัญก็ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย การทดสอบความปลอดภัยนั้นควรมีการออกแบบกรณี ๆ ไป ตามคุณลักษณะอ้างอิงของอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารนั้น และควรมีการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับอาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากใช้เทคนิคการดัดแปลงยีนในอาหารนั้นด้วย

การแสดงฉลากของอาหารที่ผ่านการตัดต่อยีน

           คณะกรรมการวิชาสาขาฉลากอาหารของโคเด็กซ์ยอมรับในหลักการที่จะให้มีการเพิ่มเติมในมาตรฐานทั่วไป สำหรับการแสดงฉลากอาหารบรรจุเสร็จ เพื่อที่จะกำหนดเงื่อนไขของการแสดงฉลากอาหารที่มีความสัมพันธ์กับการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นข้อมูลผู้บริโภคและเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในการอธิบายหรือนำเสนออาหารบรรจุเสร็จ

           แนวทางการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานทั่วไปของการแสดงฉลากอาหารบรรจุเสร็จครอบคลุมถึงข้อกำหนดบังคับในประเด็นของความเท่าเทียมกันในสาระสำคัญ ทั้งนี้กำหนดให้อาหารหรือส่วนประกอบของอาหารที่ไม่สามารถแสดงได้ว่ามีความเท่าเทียมในสาระสำคัญกับอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารที่มีอยู่ปกติโดยเฉพาะเกี่ยวกับองค์ประกอบคุณค่าทางโภชนาการและความ ตั้งใจในการใช้ต้องมีการแสดงให้ทราบในประเด็นต่าง ๆ นี้ให้ชัดเจน ในลักษณะที่คล้ายคลึงกันถ้าปริมาณของสารอาหารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะต้องมีการแสดงฉลากที่ตรงตามแนวทางการแสดงฉลากโภชนาการ ทั้งนี้รวมถึงการแสดงวิธีการใช้ในกรณีที่วิธีการเก็บรักษา การเตรียมหรือการปรุงอาหารแตกต่างไปจากอาหารปกติ ขณะนี้การเสนอแก้ไขเกี่ยวกับคำนิยามได้รับการพิจารณาอยู่ในขึ้นที่ 3 และส่วนที่เหลือของประเด็นที่หยิบยกมาพิจารณาอยู่ในขั้นตอนที่ 5 ตามวิธีการของโคเด็กซ์ (ทั้งหมดมี 8 ขั้นตอน) ดังนั้นจึงคาดว่าการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานการแสดงฉลากที่เกี่ยวกับอาหารที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพหรือเทคโนโลยีการตัดต่อยีนกว่าจะสำเร็จสมบูรณ์คงใช้เวลาอีก 2 - 3 ปี อย่างไรก็ตามในปี 1999 นี้ โคเด็กซ์ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพัฒนาการจัดทำมาตรฐานอาหารที่มาจากการตัดต่อยีนโดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ประสานงานและดำเนินการ


สนใจรายละเอียดติดต่อกองควบคุมอาหาร Email: food@fda.moph.go.th