| Q1: ทำไมเวลา อย.โฆษณาให้ผู้บริโภคดูเครื่องหมาย อย. ก่อนซื้อเครื่องสำอาง แต่มิให้ผู้ผลิตระบุเลข อย. ลงบนฉลาก และป้ายโฆษณา ทำให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางเสียผลประโยชน์ และเป็นการเอื้อประโยชน์แก่สินค้าต่างประเทศ
A1: ก่อนอื่นต้องขอแจ้งให้ทราบก่อนว่า อย.ไม่เคยประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาให้เลือกซื้อเลือกใช้เครื่องสำอางโดยดูเครื่องหมาย อย.บนฉลาก อีกทั้งมิได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคดูเฉพาะเครื่องหมาย อย. ก่อนซื้อเท่านั้น แต่ให้ผู้บริโภคพิจาณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยการอ่านฉลากเพราะฉลากจะมีข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
Q2: ทาง อย.ได้ระบุหมายเลขของเครื่องสำอางควบคุมสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่จดแจ้ง แต่ระบุในเอกสารว่าห้ามนำเลขนี้ไปใช้ในการโฆษณาใดๆ แต่สามารถระบุหมายเลข อย. ได้เฉพาะเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่านั้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
A2: ในการจดแจ้งเครื่องสำอางจะมีเลขที่แจ้งของแต่ละผลิตภัณฑ์(แต่ละคำขอ) ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำเลขที่แจ้งนี้
ไประบุที่ฉลากเครื่องสำอางได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ประกอบการว่าจะระบุบนฉลากเครื่องสำอางหรือไม่ แต่เลขที่รับแจ้งดังกล่าวไม่ให้นำไปโฆษณา เนื่องจากยังไม่ได้มีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ (หมายถึงต้องถูกตรวจสอบทุกขั้นตอนการผลิต รวมถึงฉลากสรรพคุณและการโฆษณา) สำหรับการระบุเครื่องหมาย อย.บนฉลากเครื่องสำอางควบคุมพิเศษนั้น ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว และขณะนี้กฎหมายกำหนดให้เครื่องสำอางทุกประเภทจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2551 โดยกฎหมายได้กำหนดให้ต้องมาจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานที่ผลิตนั้นตั้งอยู่
สำหรับผู้บริโภค ขอแนะนำให้พิจารณาและดูข้อความที่ฉลากเครื่องสำอางให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ คือ ชื่อเครื่องสำอางและชื่อการค้าของเครื่องสำอาง/ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง/ ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง / วิธีใช้ / ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต กรณีผลิตในประเทศ, ชื่อและที่ตั้งผู้นำเข้าและชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต กรณีนำเข้า / ปริมาณสุทธิ/เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต/เดือน ปี ที่ผลิต หรือปี เดือนที่ผลิต/เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือปี เดือน ที่หมดอายุ ระบุเฉพาะกรณีที่เป็นเครื่องสำอางที่มีอายุการใช้น้อยกว่า 30 เดือน(กรณีที่มีส่วนผสมของ HYDROGEN PEROXIDE เช่น ผลิตภัณฑ์ยาย้อมผม ยืดผม ดัดผม เป็นต้น) และคำเตือน(ถ้ามี) ทั้งนี้ หากผู้บริโภคเกิดปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับฉลากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และรู้วิธีเลือกซื้อกันไปแล้วอย่าลืมนำไปใช้ด้วยนะคะ |