|
สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine
Insecticides) |
- เป็นสารกำจัดแมลงที่มีสูตรโครงสร้าง
ออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine)
หรือ คลอริเนเตตไฮโดรคาร์บอน(Chlorinated
hydrocarbons)
ที่มีธาตุไฮโดรเจน
คาร์บอนและคลอรีน
รวมอยู่ในสูตร
แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม
- กลุ่มอนุพันธ์ของคลอริเนเตตอีเทนส์(Chlorinated
Ethanes Derivatives)บางครั้งอาจเรียกว่ากลุ่ม
ดีดีที อนาลอกซ์
(DDT analog)
ตัวที่สำคัญคือ
DDT โดย
เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น
DDD และ DDE
ซึ่งพบว่า DDE
ไม่เป็นอันตรายต่อแมลง
ส่วน DDTเป็นอันตรายต่อแมลง
และใช้เป็นสารกำจัดแมลงด้วย
นอกจากนี้ยังมี
Dicofol, Methoxyclor, DMC,Chlorobenzelate
- กลุ่มไซโคลไดอีนส์(Cyclodienes)ตัวอย่างของสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้
เช่น Aldrin, Dieldrin,Heptachlor,Chlordane
เป็นต้น
- กลุ่มเฮกซาคลอโรไซโคลเฮกเซน(Hexachlorocyclohexanes)ได้แก่
BHC , Lindane
- สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน
ยังคงมีผู้นิยมใช้ในประเทศไทย
เพื่อกำจัดยุง
ปลวก และแมลง
อื่นๆที่อยู่ใต้ดิน
อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันว่า
สารกำจัดแมลงกลุ่มนี้
มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ
เมื่อถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง
แต่มีศักยภาพในการก่อความเป็นพิษเรื้อรังในระยะยาว
ทั้งนี้เนื่องจากสลายตัวได้ยาก
และสะสมในสิ่งแวดล้อมสูง
สารกำจัดแมลงกลุ่มนี้
มีความเป็นพิษแตกต่างกันมาก
ดังแสดงในตาราง
ที่ 2
|
|
สาร |
ค่า
LD 50 (มก./กก.)
ในหนูขาวตัวผู้ |
| ให้โดยการรับประทาน |
ดูดซึมผ่านผิวหนัง |
| DDT |
113(p,p-DDT)
217(Technical) |
-
2510 |
| DDE |
880 |
- |
| DDA |
740 |
- |
| Methoxychlor |
5,000-7,000 |
98 |
| Aldrin |
39 |
98 |
| Dieldrin |
46 |
90 |
| Hepthachlor |
100 |
195 |
| Endrin |
18 |
18 |
| Chlordane |
335 |
840 |
| Lindane |
88 |
1,000 |
| Mirex |
740 |
>2,000 |
|
- กลไกออกฤทธิ์
- เมื่อร่างกายได้รับสารในกลุ่ม
ดีดีที
จะทำให้เกิดการกระตุ้น
ให้โซเดียมไหลเข้าเซลล์ได้มากกว่าปกติ
ทำให้เกิดการกระตุ้นกล้ามเนื้อหรือส่วนต่างๆขึ้น
ส่วนสารในกลุ่มไซโคลไดอีนส์
และกลุ่มเฮ็กซาคลอไรด์ไซโคลเฮกเซน
จะออกฤทธิ์แรงกว่าสารในกลุ่ม
ดีดีที
โดยจะออกฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อประเภท
GABA
ทำให้สมองถูกกระตุ้นมากขึ้นสารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine
Insecticides)
สารกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรัมและกลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ส(Pyrethrum
and Pyrethroides)
|
- อาการพิษ
- อาการพิษแบบเฉียบพลัน
- การได้รับสารพวก
DDT
จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
คือ
คลื่นไส้
อาเจียน
ท้องเสีย
เกิดอาการพิษต่อระบบประสาทโดยเฉพาะส่วนปลาย
ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจะแสดงอาการไวต่อสิ่งเร้ามาก
กระวนกระวาย
เวียนศีรษะ
เสียการทรงตัว
อาจพบอาการหลงลืม
และอาจมีอาการชักแบบเกร็งและกระตุก
ชักและโคม่า
(เนื่องจากเกิดการกดการหายใจ)
สารนี้อาจทำให้เกิดการตายของเซลล์ตับ
และมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ตับ
การสำลักสารกำจัดแมลงจะทำให้เกิดปอดอักเสบ
- อาการพิษแบบเรื้อรัง
- ผู้ป่วยจะแสดงอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร
มีอาการเบื่ออาหาร
คลื่นไส้
อาเจียน
น้ำหนักลด
เหน็ดเหนื่อย
และเมื่อยล้าตามร่างกาย
นอกจากนี้ยังพบว่าฤทธิ์สะสมระยะยาวที่ร้ายแรงของ
DDT ก็คือ
ทำให้เกิดมะเร็ง
มีผู้รายงานว่า
DDT
เป็นสารก่อมะเร็งตับ
มะเร็งเม็ดเลือดขาว
และทำให้เกิดโลหิตจางด้วย
ผลในการศึกษาทางระบาดวิทยาของการเกิดมะเร็งกับสารกำจัดแมลงในมนุษย์พบว่า
มีความสัมพันธ์กันของการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรี
กับสาร DDT
ซึ่งคาดว่า
DDT
อาจส่งผลรบกวนโดยตรงต่อ
estrogenic effect
และเมตาบอลิสม์ของสเตียรอยด์ฮอร์โมน
อย่างไรก็ตามกลไกของการทำให้เกิดมะเร็งของสารกำจัดแมลง
DDT
โดยทั่วไปยังไม่ทราบแน่นอน
แต่เข้าใจว่าอาจเกิดเนื่องจาก
DDT
ไปกระตุ้นเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมตาบอลิสม์
ของสารก่อมะเร็งหลายๆตัว
- สำหรับอาการพิษของสารกำจัดแมลงกลุ่มไซโคลไดอีนส์ที่เกิดขึ้นนั้น
คล้ายคลึงกับอาการพิษเฉียบพลัน
ของ DDT
แต่ต่างกันคือ
อาการพิษของสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้
เกิดต่อระบบประสาทส่วนกลางมากกว่าส่วนปลาย
จะทำให้เกิดอาการชักได้ในระยะแรกๆ
ของการได้รับพิษ
บางครั้งพบอาการชักโดยไม่พบอาการอื่นๆนำมาก่อนเลย
มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้มากกว่าจาก
DDT
มีผู้พบสารกำจัดแมลงหลายชนิดในกลุ่มนี้ทำให้เกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง
และพบว่ามีรายงานขัดแย้งกันในแง่ของความสามารถในการก่อให้เกิดมะเร็ง
โดยสารหลายตัวในกลุ่มนี้
เช่น Aldrin,
Dieldrin,Heptachlor
จึงทำให้บริษัทผู้ผลิตต้องจำกัดการจำหน่าย
ตามข้อบ่งใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่า
Aldrin และ Dieldrin
มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของสัตว์ทดลองหลายชนิด
และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงจุลพยาธิวิทยา
ในสหรัฐอเมริกา
เฉพาะ Endosulfan
เท่านั้น
ที่ยังคงอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน
สำหรับใช้กับอาหาร
สารอื่นในกลุ่มนี้ถูกยกเลิกหมด
- สารกำจัดแมลงกลุ่มไซโคลไดอีนส์ถูกสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันของร่างกาย
และจะปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ
จึงสามารถตรวจพบสารพิษที่หลงเหลือ
ไม่ว่าจะเป็น
Aldrin, Dieldrin,Heptachlor
ในกระแสเลือด
และระดับจะค่อยๆลดต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป
|
- การรักษา
- การกำจัดสารพิษ
- ห้ามทำให้อาเจียน
ไม่แนะนำในการให้ยาถ่าย
ห้ามไม่ให้น้ำมันทางปาก
ห้ามให้ยาพวก
Adrenergic amine
- ให้activated
charcoal(แนะนำให้ผสม
activated charcoal) 30
กรัม กับsaline
catharic หรือ
sorbital 240 มล.)
ขนาดที่ใช้
- ผู้ใหญ่
: 25 100
กรัม
- เด็ก
(1 2 ปี) 25
50 กรัม
- ทารก(<
1 ปี) 1 กรัม/กก.
- การแก้ไขอาการชัก
- ฉีด
diazepam
ทางเส้นหลอดเลือดดำ(IV
bolus)
ขนาดที่ใช้
- ผู้ใหญ่
5 10 กรัม
ทุก 10-15นาที
ตามความจำเป็น
- เด็ก
0.2 - 0.5 มก./กก.
ทุก 5นาที
- หรือฉีด
lorazepam
ทางหลอดเลือดดำ(IV
bolus)
ขนาดที่ใช้
- ผู้ใหญ่
4- 8 มก.
- เด็ก
0.05 0.1 มก./กก.
- คอยตรวจวัดความดันโลหิต
การหายใจ
และสอดท่อช่วยการหายใจถ้าจำเป็น
ถ้ายังไม่สามารถควบคุมอาการได้
- หลังจากที่ให้
diazepam ไปแล้ว 30
มก.(ในผู้ใหญ่)
หรือ 10มก.(ในเด็กต่ำกว่า
5 ปี)ให้ฉีด
phenobarbital และ/หรือ
phenytoin หรือ
fosphenytoin
|
|
|
(
จาก
โครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยของผักสดปลอดสารเคมี(พ.ศ.
2537-2542)
กลุ่มงานพัฒนาความปลอดภัยด้านเคมีวัตถุ
และกองควบคุมอาหาร
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) |