foodnew1.jpg (6215 bytes)

ความปลอดภัยด้านอาหาร 

FOOD   SAFETY 

กระทรวงสาธารณสุข

Healthy Thailand Food Control Hot  Topics Consumers   Links Home Page


พิษวิทยา ของสารกำจัดแมลง


สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine Insecticides)

  • เป็นสารกำจัดแมลงที่มีสูตรโครงสร้าง ออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine) หรือ คลอริเนเตตไฮโดรคาร์บอน(Chlorinated hydrocarbons) ที่มีธาตุไฮโดรเจน คาร์บอนและคลอรีน รวมอยู่ในสูตร แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม
    • กลุ่มอนุพันธ์ของคลอริเนเตตอีเทนส์(Chlorinated Ethanes Derivatives)บางครั้งอาจเรียกว่ากลุ่ม ดีดีที อนาลอกซ์ (DDT analog) ตัวที่สำคัญคือ DDT โดย เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น DDD และ DDE ซึ่งพบว่า DDE ไม่เป็นอันตรายต่อแมลง ส่วน DDTเป็นอันตรายต่อแมลง และใช้เป็นสารกำจัดแมลงด้วย นอกจากนี้ยังมี Dicofol, Methoxyclor, DMC,Chlorobenzelate
    • กลุ่มไซโคลไดอีนส์(Cyclodienes)ตัวอย่างของสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้ เช่น Aldrin, Dieldrin,Heptachlor,Chlordane เป็นต้น
    • กลุ่มเฮกซาคลอโรไซโคลเฮกเซน(Hexachlorocyclohexanes)ได้แก่ BHC , Lindane
  • สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน ยังคงมีผู้นิยมใช้ในประเทศไทย เพื่อกำจัดยุง ปลวก และแมลง อื่นๆที่อยู่ใต้ดิน อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันว่า สารกำจัดแมลงกลุ่มนี้ มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ เมื่อถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง แต่มีศักยภาพในการก่อความเป็นพิษเรื้อรังในระยะยาว ทั้งนี้เนื่องจากสลายตัวได้ยาก และสะสมในสิ่งแวดล้อมสูง สารกำจัดแมลงกลุ่มนี้ มีความเป็นพิษแตกต่างกันมาก ดังแสดงในตาราง ที่ 2

สาร

ค่า LD 50 (มก./กก.) ในหนูขาวตัวผู้

ให้โดยการรับประทาน ดูดซึมผ่านผิวหนัง
DDT

113(p,p-DDT)

217(Technical)

-

2510

DDE

880

-

DDA

740

-

Methoxychlor

5,000-7,000

98

Aldrin

39

98

Dieldrin

46

90

Hepthachlor

100

195

Endrin

18

18

Chlordane

335

840

Lindane

88

1,000

Mirex

740

>2,000

  • กลไกออกฤทธิ์
    • เมื่อร่างกายได้รับสารในกลุ่ม ดีดีที จะทำให้เกิดการกระตุ้น ให้โซเดียมไหลเข้าเซลล์ได้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดการกระตุ้นกล้ามเนื้อหรือส่วนต่างๆขึ้น ส่วนสารในกลุ่มไซโคลไดอีนส์ และกลุ่มเฮ็กซาคลอไรด์ไซโคลเฮกเซน จะออกฤทธิ์แรงกว่าสารในกลุ่ม ดีดีที โดยจะออกฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อประเภท GABA ทำให้สมองถูกกระตุ้นมากขึ้นสารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีน(Organochlorine Insecticides) สารกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรัมและกลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ส(Pyrethrum and Pyrethroides)
  • อาการพิษ
    • อาการพิษแบบเฉียบพลัน
      • การได้รับสารพวก DDT จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เกิดอาการพิษต่อระบบประสาทโดยเฉพาะส่วนปลาย ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจะแสดงอาการไวต่อสิ่งเร้ามาก กระวนกระวาย เวียนศีรษะ เสียการทรงตัว อาจพบอาการหลงลืม และอาจมีอาการชักแบบเกร็งและกระตุก ชักและโคม่า (เนื่องจากเกิดการกดการหายใจ) สารนี้อาจทำให้เกิดการตายของเซลล์ตับ และมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ตับ การสำลักสารกำจัดแมลงจะทำให้เกิดปอดอักเสบ
    • อาการพิษแบบเรื้อรัง
      • ผู้ป่วยจะแสดงอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด เหน็ดเหนื่อย และเมื่อยล้าตามร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่าฤทธิ์สะสมระยะยาวที่ร้ายแรงของ DDT ก็คือ ทำให้เกิดมะเร็ง มีผู้รายงานว่า DDT เป็นสารก่อมะเร็งตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว และทำให้เกิดโลหิตจางด้วย ผลในการศึกษาทางระบาดวิทยาของการเกิดมะเร็งกับสารกำจัดแมลงในมนุษย์พบว่า มีความสัมพันธ์กันของการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรี กับสาร DDT ซึ่งคาดว่า DDT อาจส่งผลรบกวนโดยตรงต่อ estrogenic effect และเมตาบอลิสม์ของสเตียรอยด์ฮอร์โมน อย่างไรก็ตามกลไกของการทำให้เกิดมะเร็งของสารกำจัดแมลง DDT โดยทั่วไปยังไม่ทราบแน่นอน แต่เข้าใจว่าอาจเกิดเนื่องจาก DDT ไปกระตุ้นเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมตาบอลิสม์ ของสารก่อมะเร็งหลายๆตัว
      • สำหรับอาการพิษของสารกำจัดแมลงกลุ่มไซโคลไดอีนส์ที่เกิดขึ้นนั้น คล้ายคลึงกับอาการพิษเฉียบพลัน ของ DDT แต่ต่างกันคือ อาการพิษของสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้ เกิดต่อระบบประสาทส่วนกลางมากกว่าส่วนปลาย จะทำให้เกิดอาการชักได้ในระยะแรกๆ ของการได้รับพิษ บางครั้งพบอาการชักโดยไม่พบอาการอื่นๆนำมาก่อนเลย มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากสารกำจัดแมลงกลุ่มนี้มากกว่าจาก DDT มีผู้พบสารกำจัดแมลงหลายชนิดในกลุ่มนี้ทำให้เกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง และพบว่ามีรายงานขัดแย้งกันในแง่ของความสามารถในการก่อให้เกิดมะเร็ง โดยสารหลายตัวในกลุ่มนี้ เช่น Aldrin, Dieldrin,Heptachlor จึงทำให้บริษัทผู้ผลิตต้องจำกัดการจำหน่าย ตามข้อบ่งใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่า Aldrin และ Dieldrin มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของสัตว์ทดลองหลายชนิด และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงจุลพยาธิวิทยา ในสหรัฐอเมริกา เฉพาะ Endosulfan เท่านั้น ที่ยังคงอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน สำหรับใช้กับอาหาร สารอื่นในกลุ่มนี้ถูกยกเลิกหมด
      • สารกำจัดแมลงกลุ่มไซโคลไดอีนส์ถูกสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันของร่างกาย และจะปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ จึงสามารถตรวจพบสารพิษที่หลงเหลือ ไม่ว่าจะเป็น Aldrin, Dieldrin,Heptachlor ในกระแสเลือด และระดับจะค่อยๆลดต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป
  • การรักษา
    • การกำจัดสารพิษ
      • ห้ามทำให้อาเจียน ไม่แนะนำในการให้ยาถ่าย ห้ามไม่ให้น้ำมันทางปาก ห้ามให้ยาพวก Adrenergic amine
      • ให้activated charcoal(แนะนำให้ผสม activated charcoal) 30 กรัม กับsaline catharic หรือ sorbital 240 มล.) ขนาดที่ใช้
        • ผู้ใหญ่ : 25 – 100 กรัม
        • เด็ก (1 – 2 ปี) 25 – 50 กรัม
        • ทารก(< 1 ปี) 1 กรัม/กก.
    • การแก้ไขอาการชัก
      • ฉีด diazepam ทางเส้นหลอดเลือดดำ(IV bolus) ขนาดที่ใช้
        • ผู้ใหญ่ 5 – 10 กรัม ทุก 10-15นาที ตามความจำเป็น
        • เด็ก 0.2 - 0.5 มก./กก. ทุก 5นาที
      • หรือฉีด lorazepam ทางหลอดเลือดดำ(IV bolus) ขนาดที่ใช้
        • ผู้ใหญ่ 4- 8 มก.
        • เด็ก 0.05 – 0.1 มก./กก.
    • คอยตรวจวัดความดันโลหิต การหายใจ และสอดท่อช่วยการหายใจถ้าจำเป็น ถ้ายังไม่สามารถควบคุมอาการได้
    • หลังจากที่ให้ diazepam ไปแล้ว 30 มก.(ในผู้ใหญ่) หรือ 10มก.(ในเด็กต่ำกว่า 5 ปี)ให้ฉีด phenobarbital และ/หรือ phenytoin หรือ fosphenytoin

( จาก โครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยของผักสดปลอดสารเคมี(พ.ศ. 2537-2542) กลุ่มงานพัฒนาความปลอดภัยด้านเคมีวัตถุ และกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)


webmaster:ภก.วัฒนา  อัครเอกฒาลิน wattana@fda.moph.go.thสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข