คำถามที่ ๑
กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้ จะสามารถส่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยได้หรือไม่     

คำตอบ​
ตามมาตรา ๔ พรบ. สถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้นิยามของผู้ป่วยว่า “ผู้ป่วย” หมายความว่า ผู้ขอรับบริการในสถานพยาบาล ดังนั้นการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยของตนโดยปกติทั่วไปควรกระทำในสถานพยาบาลของตน ไม่สมควรจ่ายยานอกสถานพยาบาล นอกจากนี้ การใช้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เป็นประจำติดต่อกันอาจทำให้เกิดการเสพติด ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ หรืออาจมีการลักลอบนำไปใช้ในทางที่ผิด ก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้ ดังนั้นเพื่อให้มีการนำวัตถุออกฤทธิ์ไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างถูกต้อง จึงจำกัดให้ผู้มีสิทธิ์สั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ได้คือ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ที่สั่งจ่ายให้กับผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่ตนให้การรักษา ดังนั้นแพทย์ผู้ให้การรักษา จึงควรมีการตรวจผู้ป่วยซึ่งตนให้การรักษา ตามหลักวิชาการ และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ก่อนพิจารณาสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ให้กับผู้ป่วยนั้นๆ สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้นั้น ทางสถานพยาบาลอาจต้องออกหน่วยเคลื่อนที่ไปพบผู้ป่วยแทนหรืออาจพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาในสถานพยาบาลอื่นที่สะดวกต่อการเดินทางไปพบแพทย์ของผู้ป่วยแทน                  


คำถามที่ ๒
กรณีสถานพยาบาล เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ บางตัว สามารถยืมจากสถานพยาบาลอื่นมาใช้ก่อนได้หรือไม่

คำตอบ
ไม่สามารถยืมวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ จากสถานพยาบาลอื่นได้ เนื่องจาก ตาม พรบ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ให้คำยามคำว่า “ขาย” ให้หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ซึ่งตามมาตรา ๑๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการยืมวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ระหว่างสถานพยาบาล จึงเท่ากับเป็นการขาย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ – ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ – ๔๐๐,๐๐๐ บาท

 

คำถามที่ ๓
ถ้าสถานพยาบาล มีความประสงค์จะทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่หมดอายุแล้ว มีขั้นตอนอย่างไร 

คำตอบ
มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้

กรณีสถานพยาบาลเอกชน ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
๑)  ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ทำหนังสือแจ้งมายังกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยแจ้งชนิดของวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ และสาเหตุที่ต้องการจะทำลาย รวมถึงวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการทำลาย เพื่อขออนุมัติการทำลายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

๒)  เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติด จะแจ้งให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทราบ และในการทำลายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมเป็นพยานในการทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่จะทำลาย เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

กรณีสถานพยาบาลเอกชน ที่ตั้งอยู่ในเขตปริมณฑล และส่วนภูมิภาค
๑)  ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งชนิดของวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ และสาเหตุที่ต้องการจะทำลาย รวมถึงวัน เวลา สถานที่ที่ต้องการทำลาย เพื่อขออนุมัติการทำลายจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

๒)  เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะแจ้งให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทราบและในการทำลายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมเป็นพยานในการทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่จะทำลาย เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ทราบต่อไป

กรณีสถานพยาบาลของรัฐ
ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๓ การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ ข้อ ๑๕๗ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย ๓ คน เพื่อทำลายยาแล้วให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แล้วรายงานมายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (หนังสือเวียน ที่ สธ ๑๐๐๓.๓/ว๑๒๖๔ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่อง การทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์)

หนังสือเวียน ที่ สธ 1003.3/ว1264 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 เรื่อง การทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์


คำถามที่ ๔
ต้องการได้แบบฟอร์มรายงานเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์สามารถรับได้ที่ไหน และการจัดส่งรายงานให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาสามารถส่งทางไปรษณีย์ได้หรือไม่

คำตอบ
สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มรายงานได้จากเว็บไซต์กองควบคุมวัตถุเสพติด http://spdemo.sharepointthailand.com/sites/Narcotics​ สำหรับการจัดส่งรายงาน สามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ ได้ที่

กองควบคุมวัตถุเสพติด
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

ทั้งนี้ท่านต้องจัดเก็บสำเนารายงานดังกล่าวไว้พร้อมแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี สำหรับวัตถุออกฤทธิ์ และอย่างน้อย ๕ ปี สำหรับยาเสพติด นับแต่วันลงรายการครั้งสุดท้าย

 อ่านต่อ