SharePoint

Skip Navigation LinksNews

  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
Index_Detail
1518
  
14 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.1Yes5/14/20225/14/20235/14/2022 12:59 PM5/14/2022ข่าวแจก 1202565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิเข้าตรวจค้นอาศรมพระบิดา นายทวี หนันรา หรือโจเชฟ ที่อำเภอ
คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ พบมีการผลิตและแบ่งบรรจุผลิตภัณฑ์ขนมและอาหารแห้งจำนวนมากนั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบไม่มีการขออนุญาตสถานที่ผลิตให้ถูกต้อง สถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งยังมีการผลิตผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ลักษณะบรรจุใส่ตลับสีแดงอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจหาสิ่งปนเปื้อน หรือเชื้อโรคต่าง ๆ คาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สถานที่ผลิตปลาร้าบองต้องได้รับอนุญาตจาก อย. และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ต้องขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่ออาหาร ส่วนประกอบสำคัญเป็นร้อยละของน้ำหนัก เลขสารบบอาหารภายใต้เครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ น้ำหนักสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิต และหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน ข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่อาศรม ยังพบอาหารแห้งที่แบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติกจำนวนมาก แขวนและวางเรียงรายในพื้นที่โดยไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ปลาหวาน ปลาหมึกแห้ง ปลากรอบ ถั่วลิสงทอด ถั่วลันเตาทอด ข้าวเกรียบ เป็นต้น จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่แบ่งบรรจุเหล่านี้มารับประทาน เพราะอาจมาจากสถานที่แห่งนี้ที่มีการแบ่งบรรจุอาหารอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิได้ตรวจสอบการจำหน่ายอาหารในร้านค้าชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ และร้านค้าในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ รวม 13 แห่ง ไม่พบว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งไปยังสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในจังหวัด ให้ตรวจสอบร้านค้าหรือร้านชำในหมู่บ้านว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดโดยเร็ว ฝากถึงผู้บริโภค
ในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารขอให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก และมีเลข อย. โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบว่าเป็นเลข อย. ที่ถูกต้องหรือไม่ได้ทาง เว็ปไซต์ของ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือผ่าน Line@FDA Thai Facebook: FDAThai

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 14 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 120  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1517
  
12 พฤษภาคม 2565บทแถลงข่าว2Yes5/12/20225/12/20235/14/2022 12:47 PM5/12/2022แถลงข่าว 242565

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พร้อมด้วย นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมเปิดงาน "บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร" ภายใต้แนวคิด "เข้าถึงถ้วนหน้า ต่อยอด ภูมิปัญญา พึ่งพาตนเอง"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นให้คนไทยเข้าถึงยาจำเป็นด้านสาธารณสุข ไม่เพียงแต่ยาแผนปัจจุบันเท่านั้น ยังผลักดันให้มีการใช้ยาสมุนไพรตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสาธารณสุข เพื่อความมั่นคงทางยาและสนับสนุนการพึ่งพาตนเอง โดยกำหนดให้มีรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรครอบคลุมยาจำเป็นที่ต้องใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีรายการยาจากสมุนไพรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ จำนวน 94 รายการ รวมไปถึงยาจากกัญชา 8 รายการ ประกอบด้วย ตำรับยาแผนไทย 3 รายการ คือ ยาแก้ลม
แก้เส้น ยาศุขไสยาศน์ และยาทำลายพระสุเมรุ และ ยาน้ำมันกัญชา 5 รายการ เช่น ยาน้ำมันกัญชาที่มี
CBD : THC (1:1) ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวด และยาน้ำมันกัญชาที่มี CBD : THC (20:1) ในผู้ป่วยลมชักรักษายาก เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยที่เข้าถึงยาได้ นอกจากนั้น ยังมียาฟ้าทะลายโจร สำหรับผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์โควิด ส่งผลให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนให้ระบบบริการสุขภาพหันมาใช้ประโยชน์จากยาสมุนไพรนั้น นอกจากช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงยาทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย ประชาชน และชุมชน ในการใช้ยาจากสมุนไพรดูแลสุขภาพ อันเป็นการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาวิถีชีวิตพอเพียงโดยใช้ภูมิปัญญาไทย และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรของชุมชน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาจากสมุนไพรไทย สร้างการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวต่อไปว่า ในปี 2565 นี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรจะเร่งดำเนินการพิจารณาคัดเลือกยาจากสมุนไพรที่มีสรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ที่ชัดเจน มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรที่สามารถผลิตหรือปลูกได้ในประเทศเป็นหลัก และมีหลักประกันคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาจากสมุนไพรได้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสาธารณสุขอย่างสืบเนื่องต่อไป

************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  12  พฤษภาคม  2565 / แถลงข่าว  24  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1516
  
11 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.3Yes5/11/20225/11/20235/14/2022 12:47 PM5/11/2022ข่าวแจก 1192565

 วันนี้ (11 พฤษภาคม 2565) นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ให้ทำหน้าที่ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ แทน โดยได้เปิดเผยภายหลังการประชุม
ว่าคณะกรรมการเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 7 คณะ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบยาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเห็นชอบให้ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นกว่า 20 รายการ
เช่น ปรับปรุงเกณฑ์อนุมัติสั่งใช้ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (ยารับประทานสูตรผสม Sofosbuvir+ Velpatasvir) เพิ่มรายการยาระงับปวดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต COVID-19 และผู้สูงอายุ (ยาฉีด Dexmedtomidine) เป็นต้น และยังเห็นชอบให้ประกาศกำหนดราคากลางยา จำนวน 155 รายการ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2565 รัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 740 ล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังขับเคลื่อนประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU country) โดยส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลผ่านสถานพยาบาลเอกชน ส่งผลให้ประชาชนที่มารับบริการในคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนจะได้รับข้อมูลการใช้ยาอย่างถูกต้อง เหมาะสม

การขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ ในปีงบประมาณ 2565 อย.ยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนากลไกเพื่อการเข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรยา โดยการจัดอบรมหลักสูตรให้กับผู้ประกอบการด้านยาในการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรยา เพื่อให้มีการผลิตยาสามัญทดแทนยาต้นแบบได้รวดเร็วขึ้น

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การพัฒนาระบบยาจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการ 7 คณะ ยังต้องอาศัยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเร่งผลักดันขับเคลื่อนมาตรการสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาจำเป็น ใช้ยาสมเหตุผล และประเทศมีความมั่นคงด้านยาอย่างยั่งยืน

***************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  11 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก  119  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

1515
  
11 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.4Yes5/11/20225/11/20235/14/2022 12:48 PM5/11/20221182565

     นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนมักนิยมไปไหว้พระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอแนะนำชาวพุทธ    ในการจัดชุดถวายสังฆทาน โดยคำนึงถึง 5 เคล็ดลับ "4 ควร 1 ไม่" เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีของภิกษุสงฆ์ ดังนี้

4 ควร

     1. สิ่งของที่จะนำไปจัดชุดถวายสังฆทานควรเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อพระภิกษุ เช่น อาหาร ยาสามัญประจำบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน และผงซักฟอก แต่ระวังอย่านำผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา ใส่ปะปนกับผลิตภัณฑ์อื่น เพราะผลิตภัณฑ์อาหารหรือผลิตภัณฑ์ยา อาจปนเปื้อนสารเคมีหรือดูดซับกลิ่น ไม่เหมาะสำหรับรับประทาน หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพระภิกษุได้

     2. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. โดยผลิตภัณฑ์อาหารควรแสดงเลขสารบบอาหารบนฉลาก รวมทั้งบรรจุในภาชนะที่สะอาด และสามารถป้องกันการปนเปื้อนได้

     3. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกิดจากการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม เกินความเหมาะสม

     4. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดงฉลากถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น ส่วนประกอบ ผู้ผลิต/นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ วิธีการเก็บรักษา วิธีการบริโภค ข้อมูลโภชนาการ และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

1 ไม่

     5. ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์หมดอายุ หรือใกล้หมดอายุมาจัดชุดสังฆทาน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อพระภิกษุ หรือพระภิกษุอาจบริโภคไม่ทัน เช่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน กรณีอาหารกระป๋อง ควรดูลักษณะกระป๋อง ต้องไม่บุบบี้ หรือโป่งพอง หรือมีรอยรั่ว และไม่เป็นสนิม

     รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า หากพบเห็นร้านจำหน่ายใดที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารหรือยาหมดอายุหรือใกล้หมดอายุในชุดสังฆทาน เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อพระภิกษุ ขอได้โปรดแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  11  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 118   / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1514
  
9 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.5Yes5/9/20225/9/20235/14/2022 12:48 PM5/9/2022ข่าวแจก 1172565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร รวมทั้งไม่ขออนุญาตโฆษณา และผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ

 

ข้อแนะนำ

ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวัง อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับมาใช้ เพราะไม่รู้ว่าผลิตจากสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน มีสุขลักษณะหรือไม่ ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยหรือไม่  ผู้ที่มีอาการป่วยควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก อย. ที่ www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องมีเลขทะเบียนตำรับสมุนไพร ขึ้นต้นด้วยอักษร "G"      หากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 Line : @FDAThai Facebook : FDAThai หรือแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

 

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 9  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 117  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1513
  
9 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.6Yes5/9/20225/9/20235/14/2022 12:48 PM5/9/20221162565

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย โดยเมื่อนำเลขสารบบอาหารที่แสดงบนฉลาก ไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อย. ไม่พบข้อมูลการอนุญาต  แต่เมื่อนำชื่อผลิตภัณฑ์ไปค้นหา พบเลขสารบบอาหารอีกเลขหนึ่ง ซึ่งผู้ผลิตแจ้งว่ายังไม่เคยทำการผลิต ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารปลอม จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อมาบริโภค

 

ข้อแนะนำ

     ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ทราบว่าผลิตจากที่ใด หากนำไปบริโภคอาจเกิดอันตรายได้ เพราะไม่ทราบว่าผลิตจากสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยหรือไม่ อย่าเสี่ยงเสียเวลา และค่าใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  9  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก  116  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1512
  
5 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/5/20225/5/20235/14/2022 12:48 PM5/5/2022ข่าวแจก 1152565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีภารกิจหลักในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดย อย. ได้มอบอำนาจให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวในส่วนภูมิภาค และมีการกระจายอำนาจบางส่วนให้กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้  เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเข้มแข็ง รวดเร็วยิ่งขึ้น วันนี้ (5 พฤษภาคม 2565) อย. จึงได้จัดประชุมเครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ณ ริเวอร์ไรน์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเด้นท์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม

ในการประชุมมีการนำเสนอผลงานเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น การขับเคลื่อนการใช้กัญชาทางการแพทย์ การพัฒนากัญชา กัญชง เพื่อเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การอำนวย
ความสะดวกในการอนุมัติ อนุญาต แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชง เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมเศรษฐกิจ สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล การจัดการปัญหาไส้กรอกผิดกฎหมาย การจัดการเครื่องสำอางปลอม การจัดการยาน้ำผสมสเตียรอยด์ ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่
ทั่วประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

วันที่เผยแพร่ข่าว  5 พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 115  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

 

1511
  
5 พฤษภาคม 2565บทแถลงข่าวnullYes5/5/20225/5/20235/12/2022 4:57 PM5/5/2022แถลงข่าว 232565

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ร่วมกันกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นศาลจังหวัดพล เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตและเก็บอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 จุด ผู้ต้องหา 4 คน โดยพบของกลางเป็นน้ำสมุนไพร กว่า 26,000 ขวด, ยาเม็ด
ในกลุ่ม สเตียรอยด์ จำนวนกว่า 2,092,000 เม็ด, ยาเม็ดแก้ปวดไม่มีทะเบียน จำนวนกว่า 2,224,000 เม็ด ยาเม็ดแก้แพ้ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตจำนวนมากส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี เบื้องต้นเป็นความผิดฐาน 1. ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม, 2. ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารโดยสถานที่ผลิตอาหารไม่ผ่านหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร, 3. ร่วมกันผลิตเพื่อขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม และ
4. ร่วมกันผลิตเพื่อขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพรตรวจยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปรากฏพบกรดเบนโซอิก(วัตถุกันเสีย) มีปริมาณเกินกฎหมายกำหนด และหากพบสารต้องห้ามจะเข้าข่ายความผิดฐาน"ผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

กรณีผลิตภัณฑ์ "ยากษัยเส้น ตราปู่แดง" ผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์ ผลการตรวจเอกลักษณ์ยืนยันพบตัวยา 4 ชนิด ได้แก่ เดกซาเมทาโซน, เพรดนิโซโลน,
ไพร็อกซิแคม และ คลอร์เฟนิรามีน เข้าข่ายความผิดฐาน ผลิต ขาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม ตาม พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และ ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีตรวจพบยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยาและมีทะเบียนตำรับยา ผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจเอกลักษณ์ยืนยันพบเป็นตัวยา ไพร็อกซิแคม และ
คลอร์เฟนิรามีน เข้าข่ายความผิดฐาน พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ ขายซึ่งยาไม่มีทะเบียนตำรับยา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาของยาสเตียรอยด์จนกระทั่งทราบตัวผู้จำหน่ายยาสเตียรอยด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลในการตรวจค้นเพื่อตรวจยึดพยานหลักฐาน, ตรวจค้นผู้ผลิตน้ำสมุนไพรผสมสเตียรอยด์อื่นๆในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  และโรงงานผลิตน้ำสมุนไพร 2 แห่ง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพลและศาลแขวงระยอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  เข้าตรวจค้นพื้นที่จังหวัด ขอนแก่น และจังหวัดระยอง จำนวน 6 จุดรายละเอียด ดังนี้

1. บ้านชั้นเดียว หมู่ 3 ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น พบ น.ส.อุบลรัตน์ (สงวนนามสกุล) ตรวจยึดพยานหลักฐานความเชื่อมโยงทางการเงินยืนยันการเป็นผู้จำหน่ายยาสเตียรอยด์ ให้กับกลุ่มผู้ค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ในพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 27 รายการ

2. บ้านสองชั้น หมู่ 3 ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น พบนายเดชา(สงวนนามสกุล) ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรยี่ห้อ ธิดาเทพ และดีเฮิร์บ จำนวนหนึ่ง พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่มผสมสมุนไพร จำนวน 9 รายการ

3. บ้านชั้นเดียว หมู่ 13 ต.ใหม่นาเพียง จ.ขอนแก่น พบ นายจำเนียร(สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นสามีของนางอุบลรัตน์ฯ ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรบรรจุขวดไม่ติดฉลาก และพบฉลากเครื่องดื่มสมุนไพร ยี่ห้อ ปลาธิดา และยี่ห้อ งามดี พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ จำนวน 27 รายการ

4. โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรโรงงานที่ 1 หมู่ 8 ต.บ้านแท่น อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับผู้ขายเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ และตรวจยึดผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบคุณภาพ รวมจำนวน 22 รายการ

5. โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรโรงงานที่ 2 หมู่ 8 ต.บ้านแท่น อ.ชนบท จ.ขอนแก่น พบความเชื่อมโยงผู้ค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ และตรวจยึดผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบคุณภาพ รวมจำนวน 10 รายการ

6. บ้านสองชั้น หมู่ 4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง (บ้านของภรรยาของนายเดชาฯ) ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรยี่ห้อธิดาเทพ และเดย์เฮิร์บ จำนวนมาก พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ จำนวน 15 รายการ

  โดยทั้ง 6 จุด พบของกลางน้ำสมุนไพรบรรจุขวด จำนวน 2,600 ขวด, อุปกรณ์การผลิต และพยานหลักฐานอื่นๆ ในคดี โดย น.ส.อุบลรัตน์ฯ รับว่าตนเองเป็นผู้ขายยาสเตียรอยด์ให้กับกลุ่มผู้ผลิตและค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมยาสเตียรอยด์ในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงหลายราย โดยได้ไปซื้อยาสเตียรอยด์ จากร้านขายยาแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวนมากมาแบ่งขาย ส่วน นายเดชาฯ ประกอบอาชีพเป็นครู อัตราจ้าง รับว่า เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ธิดาเทพ และ เดย์เฮิร์บ โดยได้สั่งผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรจากโรงงานและนำมาผสมยาสเตียรอยด์ก่อนนำไปจำหน่าย ซึ่งของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดส่วนหนึ่งมีการผสมยา
สเตียรอยด์ที่ซื้อมาจาก น.ส.อุบลรัตน์ฯ เข้าไปแล้ว ซึ่งหากนางอุบลรัตน์ไม่มีขายก็จะไปซื้อจากร้านขายยาใน 
อ.พล จ.ขอนแก่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

 

 

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

             1. พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐาน "ผลิตและจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ เป็นอาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ด้วย" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

             2. พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐาน "ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ "ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                 ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. และ บก.ปคบ. อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนหาต้นน้ำของการจำหน่ายยาสเตียรอยด์นอกระบบ และจะดำเนินการปราบปรามให้หมดสิ้น ระหว่างนี้ฝากความห่วงใยมายังกลุ่มผู้สูงอายุ เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานในต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของขบวนการจำหน่ายน้ำผลไม้/น้ำสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ อาการปวดเมื่อยจากการทำงานเป็นเรื่องปกติ แนะนำให้อบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้งก่อนทำงานหนัก จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพื่อการได้รับยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย การได้รับยาสเตียรอยด์ในปริมาณมากและต่อเนื่องเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของโรคมากมาย เช่น แผลในกระเพาะอาหาร กระดูกพรุน บวมน้ำ และอาจเสียชีวิตเนื่องจากไตวาย อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ แจ้ง อย.
ให้ช่วยเหลือ ชี้เบาะแสเสือ โทรสายด่วน อย. 1556

พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. กล่าวในตอนท้ายว่า ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วม อย. ขยายผลทลายขบวนการผลิตยาน้ำสมุนไพรเถื่อน ผสมสเตียรอยด์ และผู้ขายยาสเตียรอยด์เถื่อนในเฟส 3 ต่อไป และจะดำเนินการให้ถึงต้นน้ำ ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรและยามารับประทานเพื่อรักษาโรค ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขอเตือนผู้ที่ลักลอบผลิต และขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอมหรือที่ไม่ได้รับอนุญาต
ให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะท่านกำลังทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย เกิดผลกระทบกับร่างกายและเสียโอกาสได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 5 พฤษภาคม 2565 แถลงข่าว 23 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

"การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน"

1510
  
3 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/3/20225/3/20235/11/2022 7:03 PM5/3/20221142565

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรและไม่ขออนุญาตโฆษณา รวมทั้งมีการแอบอ้างชื่อบุคคลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบเว็บไซต์ที่ทำการโฆษณาพบว่า วิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จะต้องกรอกข้อมูลชื่อผู้ซื้อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อลงในเว็บไซต์ และไม่พบข้อมูลผู้โฆษณา รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งโฆษณาลักษณะนี้จะไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ ดังนั้น หากผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์แล้วไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้างหรือได้รับอันตรายก็ไม่สามารถติดต่อเอาผิดใด ๆ กับผู้ขาย จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ

 

ข้อแนะนำ

     อย. ขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารใด ๆ ที่อวดอ้างสรรพคุณในการรักษาโรค ลดความอ้วน หรือเสริมสมรรถภาพทางเพศ และตามกฎหมายผลิตภัณฑ์อาหารไม่สามารถโฆษณาในลักษณะนี้ได้ หากพบเห็นขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อย่างแน่นอน กรณีมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี ทั้งนี้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 3  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 114   / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1509
  
3 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/3/20225/3/20235/11/2022 10:19 AM5/3/2022ข่าวแจก 1132565

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สถานประกอบการผลิตอาหารของฝากรายใหญ่ในจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่                 บริษัท คุณแม่จู้ จำกัด อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และ สถานที่ผลิตอาหารมานะชัย เม็ดมะม่วงหิมพานต์  อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ผลการตรวจพบว่าสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้มีการให้คำแนะนำผู้ประกอบการในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
และพร้อมกันนี้ได้ตรวจเยี่ยมด่านอาหารและยาท่าอากาศยานภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำด่าน รับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้การนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง สามารถป้องกันสินค้าที่ไม่ปลอดภัยเข้าสู่ประเทศ ผู้ประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ไม่พบปัญหาสินค้าติดด่าน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล

          เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้าย อย. มีความมุ่งมั่นในการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความปลอดภัย  จากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น การตรวจสอบสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ตลอดจนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ ณ ด่านอาหารและยา เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ปลอดภัยเข้าสู่ประเทศไทย จึงขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในการปฏิบัติงานของ อย.

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  3 พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 113 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1508
  
26 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/26/20224/26/20235/9/2022 3:27 PM4/26/2022ข่าวแจก 1122565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง โดยทั้งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียและผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. จึงไม่สามารถประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ตามที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้ อย. ได้สั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อการโฆษณาและอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน

ข้อเสนอแนะ

ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวัง อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับมารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าผลิตจากสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน มีสุขลักษณะหรือไม่ ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยหรือไม่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร ควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก อย. ที่ www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องมีเลขทะเบียนตำรับสมุนไพร ขึ้นต้นด้วย อักษร "G" หากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 Line : @FDAThai Facebook : FDAThai หรือแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  26  เมษายน  2565  ข่าวแจก  112  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1507
  
26 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/26/20224/26/20235/9/2022 10:02 AM4/26/2022ข่าวแจก  1112565

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการปลดล็อก
ให้พืชกัญชาและพืชกัญชงพ้นจากความเป็นยาเสพติด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจ รวมไปถึงการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิ.ย. 65 ที่จะถึงนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สำรวจภาพรวมประเทศถึงวันที่ 18 เมษายน 2565  พบว่ามีการขออนุญาตกัญชาทั้งหมด 2,351 ฉบับ ประกอบด้วย นำเข้า 12 ฉบับ ครอบครอง 106 ฉบับ ผลิต (ปลูก) 458 ฉบับ ผลิต (แปรรูป/สกัด) 41 ฉบับ ผลิต (ปรุง) 6 ฉบับ ส่งออก 1 ฉบับ และจำหน่าย 1,650 ฉบับ พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา แบ่งเป็นผู้รับอนุญาตปลูก 397 ราย พื้นที่ปลูกมากกว่า 110 ไร่ จำนวนมากกว่า 245,000 ต้น การขออนุญาตกัญชง ทั้งหมด 2,361 ฉบับ ประกอบด้วย นำเข้า 110 ฉบับ ครอบครอง  21 ฉบับ ผลิต (ปลูก) 2,041 ฉบับ ผลิต (แปรรูป/สกัด) 14 ฉบับ ส่งออก 1 ฉบับ และจำหน่าย 174 ฉบับ พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชง แบ่งเป็นผู้รับอนุญาตปลูก 2,041 ฉบับ (877 ราย) พื้นที่ปลูก 4,845 ไร่ 

รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น  มีการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา กัญชง  และสารสกัดแคนนาบิไดออล (CBD)  รวมทั้งสิ้น  80 รายการ ได้แก่ น้ำมันจากเมล็ดกัญชง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ซอสปรุงรส ขนมเยลลี่ อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที เป็นต้น อนุญาตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รวม 754 รายการ ได้แก่ เครื่องสำอางที่มีสารสกัดที่มีสาร CBD จากกัญชาและกัญชง 95 รายการ เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนของกัญชา 56 รายการ เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนของกัญชง 18 รายการ และใช้น้ำมัน/สารสกัดเมล็ดกัญชง 585 รายการ เพื่อบำรุงผิวทำความสะอาดผิวและขัดผิว  และอนุญาตผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งสิ้น 12 รายการ ได้แก่ ยาแผนไทย 11 รายการ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ จำนวน 1 รายการ

รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า อย. พร้อมส่งเสริมให้ กัญชา กัญชง สามารถนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และส่งเสริมสุขภาพ โดยประชาชนสามารถปลูกเพื่อนำใช้ในการดูแลรักษาตนเองและบุคคลในครอบครัวได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งอนุญาตให้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ได้ เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและระดับประเทศต่อไป 

1506
  
20 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/20/20224/20/20235/5/2022 3:37 PM4/20/2022ข่าวแจก 1102565

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีข่าวพบเด็กอังกฤษวัย 3 ขวบล้มป่วยจากการบริโภคช็อกโกแลต คินเดอร์ เซอร์ไพรส์ โดยพบเชื้อซัลโมเนลลาปนเปื้อนในอุจจาระ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบแล้วและขอยืนยันว่าไม่มีการนำเข้าช็อกโกแลต คินเดอร์ เซอร์ไพรส์เข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้สำนักงานมาตรฐานอาหารของประเทศอังกฤษ (Food Standards Agency, FSA) ได้ประกาศเตือนผู้บริโภคกรณีบริษัทผู้ผลิตเรียกคืนผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเฟอเรโร ที่ผลิตจากประเทศเบลเยียม รุ่น คินเดอร์ เซอร์ไพรส์ ขนาด 20 กรัม และ 20 กรัม x 3
ระบุวันที่ควรบริโภคก่อนระหว่างวันที่ 11 ก.ค.-7 ต.ค. 2565 ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์คินเดอร์ช็อกโกแลต ตรา เฟอเรโร มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหลายรุ่น โดยผู้นำเข้า 2 บริษัท คือ บริษัท
เอส.จี.ฟาร์อีสเทิร์น จำกัด และบริษัท ซีโน-แปซิฟิคเทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์คินเดอร์เซอร์ไพรส์และจากการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตพบว่า คินเดอร์เซอร์ไพรส์ ช็อกโกแลตนมรูปไข่ (KINDER SURPRISE MILK CHOCOLATE EGG) เลขสารบบอาหาร 10-3-09423-1-0399 สถานะผลิตภัณฑ์สิ้นสภาพ ตั้งแต่ 31/12/2558 โดยเป็นผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตนมที่ประกอบด้วยไข่ช็อกโกแลตล้อมรอบแคปซูลพลาสติกที่มีของเล่นชิ้นเล็กอยู่ข้างใน เข้าข่ายเป็นการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่ไม่ใช่อาหารในหีบห่อของภาชนะบรรจุอาหารที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ จึงห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 310) พ.ศ. 2551 ซึ่งทางด่านอาหารและยา อย. มีการเฝ้าระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีปัญหาหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคหลุดรอดเข้ามาในประเทศได้

รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตที่บรรจุภัณฑ์ ไม่มีรอยแตก หรือฉีกขาด มีฉลากแสดงข้อมูล เช่น ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า น้ำหนักสุทธิ ปริมาณน้ำตาลและ/หรือวัตถุที่ ่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นร้อยละของน้ำหนักโดยประมาณ เดือนและปีที่ผลิต หรือ วันเดือนและปีที่หมดอายุ ข้อความแสดงการใช้วัตถุกันเสีย สี หรือการแต่งกลิ่นรสถ้ามีการใช้ แล้วแต่กรณี และหากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 20  เมษายน 2565 ข่าวแจก 110  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1505
  
19 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/19/20224/19/20235/5/2022 3:36 PM4/19/2022ข่าวแจก 1092565

1. ผลิตภัณฑ์อาหารฉลากระบุ "สาหร่ายทะเลปรุงรสรสดั้งเดิม (ตราหมีแพนด้า) " เลขสารบบอาหาร 10-1-04153-1-0054  วันที่ผลิต 29/11/2021 วันหมดอายุ 29/11/2022 ตรวจพบ Bacillus cereus เท่ากับ 4,400 CFU/กรัม

2. ผลิตภัณฑ์อาหารฉลากระบุ "สาหร่ายทะเลแห้งปรุงรสรสเผ็ด (ตราหมีแพนด้า)" เลขสารบบอาหาร 10-1-04153-1-0055 วันที่ผลิต 18/11/2021 วันหมดอายุ 18/11/2022 ตรวจพบ Bacillus cereus เท่ากับ 1,700 CFU/กรัม

ข้อแนะนำ

ขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังอย่าซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทั้ง 2 รายการ ที่ฉลากระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุดังกล่าวมารับประทาน กรณีที่พบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะเป็นอันตราย ขอให้แจ้งร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 Facebook: FDAThai   Line @FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

=================================

วันที่เผยแพร่ข่าว 19  เมษายน  2565  ข่าวแจก  109  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1504
  
19 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/19/20224/19/20235/3/2022 2:29 PM4/19/20221082565

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโฆษณาแสดงคุณประโยชน์คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรและไม่ขออนุญาตโฆษณา รวมทั้งมีการแอบอ้างชื่อบุคคลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบเว็บไซต์ที่ทำการโฆษณาพบว่า วิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จะต้องกรอกข้อมูลชื่อผู้ซื้อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อลงในเว็บไซต์ และไม่พบข้อมูลผู้โฆษณา รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งโฆษณาลักษณะนี้จะไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้   ดังนั้น หากผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์แล้วไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้างหรือได้รับอันตรายก็ไม่สามารถติดต่อเอาผิดใด ๆ กับผู้ขาย จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ และ อย.ได้สั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

ข้อแนะนำ

     ขอเตือนผู้บริโภคให้รู้เท่าทันการโฆษณาและอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้าง สรรพในเชิงรักษาโรคมารับประทาน เพราะอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึง กรณีมีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี ทั้งนี้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

 วันที่เผยแพร่ข่าว 19  เมษายน 2565  ข่าวแจก 108  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1503
  
14 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/14/20224/14/20235/3/2022 10:34 AM4/14/2022ข่าวแจก 1072565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบโฆษณาผลิตภัณฑ์สเปรย์ฟ้าทะลายโจร สเปรย์สารสกัดลำไย  
ขายผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ อ้างสรรพคุณฆ่าไวรัสโควิด-19 ดักจับเชื้อไวรัสก่อนลงปอด            จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สเปรย์ฟ้าทะลายโจร จดแจ้งเป็นเครื่องสำอางใช้ฉีดพ่นในช่องปาก เพื่อระงับ
กลิ่นปากเท่านั้น สเปรย์สารสกัดลำไย ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบสเปรย์ใช้สำหรับรับประทานไม่มีสรรพคุณใด ๆ

ทั้งนี้ สเปรย์พ่นช่องปากที่มีส่วนผสมของสมุนไพร และแสดงสรรพคุณในการต้านไวรัส ป้องกัน/รักษาโควิด จะต้องมาขึ้นทะเบียนเป็น"ผลิตภัณฑ์สมุนไพร"ตามกฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบัน อย.
ยังไม่เคยอนุมัติสเปรย์ฉีดพ่นช่องปากที่แสดงสรรพคุณในการต้านหรือป้องกันเชื้อโควิด-19 แม้แต่รายการเดียว อย่าหลงเชื่อพวกฉวยโอกาสหลอกขายสินค้าที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพจาก อย. ตามที่โฆษณา

รองเลขาธิการฯ อย. ย้ำหากมีอาการเจ็บป่วยใด ๆ แนะให้พบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา สำหรับผู้ประกอบการที่แสดงข้อความก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอางเป็นการโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเป็นเท็จ หรือหลอกลวง เกี่ยวกับอาหาร ต้องโทษจำคุก
ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าผิดกฎหมายแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ Facebook: FDAThai Line @FDAThai หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

-------------------------------------------------

วันที่เผยแพร่ข่าว  14 เมษายน 2565  ข่าวแจก 107 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1502
  
13 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/13/20224/13/20234/26/2022 2:25 PM4/13/2022ข่าวแจก 1062565


นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อน ประชาชนมีการบริโภคน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการบูรณาการ
ความร่วมมือระหว่างสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ด้านการกำกับดูแลสุขาภิบาลอาหารและน้ำ สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย หน่วยเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร (Mobile Unit) ทั้ง 12 เขตบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจากการตรวจติดตามการประเมินสุขลักษณะของสถานที่ผลิตน้ำแข็งในเขตกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องพบว่าสถานที่ผลิตน้ำแข็งผ่านเกณฑ์การผลิตอาหารที่ดี (Good Manufacturing Practice : GMP) ตามกฎหมาย และจากการเฝ้าระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์น้ำแข็ง
ทั้งชนิดที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท และน้ำแข็งชนิดที่ตักแบ่งหรือกดจากตู้จำหน่าย โดยการสุ่มตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ด้านจุลินทรีย์ด้วยชุดทดสอบเบื้องต้นจากแหล่งจำหน่ายในบริเวณชุมชน เช่น ตลาดนัด ตลาดสด
ร้านสะดวกซื้อ สถานีขนส่งสาธารณะ สถานีรถไฟ และสนามบิน เป็นต้น ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 53 รายการ เป็นน้ำแข็งชนิดที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท จำนวน 37 รายการ พบว่าได้มาตรฐานทั้งหมด ส่วนน้ำแข็งชนิดที่ตักแบ่งหรือกดจากตู้จำหน่าย จำนวน 16 รายการ พบว่าไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 13 รายการ และผลการตรวจวิเคราะห์น้ำแข็งทั่วประเทศจาก 12 เขตบริการสุขภาพ พบว่าน้ำแข็ง จำนวน 210 รายการ ได้มาตรฐาน จำนวน 152 รายการ (ร้อยละ 72.38) และไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 58 รายการ (ร้อยละ 27.62)

ทั้งนี้ อย. ยังคงดำเนินการตรวจเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง และพัฒนาทักษะมาตรฐานการตรวจสอบสถานที่ผลิตของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการฝึกปฏิบัติงานไปพร้อมกับการปฏิบัติงานจริง
(On the Job Training) รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับผู้บริโภคและผู้จำหน่ายในการเลือกซื้อและ
การจำหน่ายน้ำแข็งอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

องเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า การเลือกซื้อน้ำแข็ง ควรเลือกที่มีภาชนะบรรจุสะอาดและปิดสนิทแน่นหนา     ไม่ฉีกขาด น้ำแข็งต้องใสสะอาด ไม่มีคราบ สี หรือกลิ่นที่ผิดปกติ ไม่มีฝุ่นผงหรือสิ่งแปลกปลอมในก้อนน้ำแข็ง มีการแสดงฉลากภาษาไทย ระบุรายละเอียดของชื่ออาหาร เลขสารบบอาหารในเครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต น้ำหนักสุทธิเป็นกรัมหรือกิโลกรัม และต้องมีข้อความว่า "น้ำแข็งใช้รับประทานได้" ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน สำหรับการเลือกซื้อน้ำแข็งบดหรือน้ำแข็งหลอดที่ตักแบ่งหรือกดจากตู้จำหน่าย หรือเสิร์ฟตามร้านอาหาร ที่ไม่มีฉลากนั้น เนื่องจากในช่วงฤดูร้อนนี้ โอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์มีมากขึ้น ผู้บริโภคควรหมั่นสังเกตลักษณะของน้ำแข็งที่จะบริโภคให้มากขึ้น รวมถึงสถานที่เก็บรักษา และภาชนะที่บรรจุต้องสะอาด ขณะเดียวกันผู้จำหน่ายควรมีวิธีการตัก และเก็บน้ำแข็งอย่างเหมาะสม เช่น การเก็บในภาชนะที่สะอาด มีการล้างทำความสะอาดภาชนะอย่างสม่ำเสมอ และการไม่แช่สิ่งของอื่นร่วมกับน้ำแข็งที่จะบริโภค เป็นต้น 

รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า หาก อย. ตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่
เป็นอันตรายต่อสุขภาพจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

==============================

วันที่เผยแพร่ข่าว  13 เมษายน 2565  ข่าวแจก 106 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1501
  
12 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/12/20224/12/20234/26/2022 10:49 AM4/12/20221052565

     นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่า สำนักงานมาตรฐานอาหารของประเทศอังกฤษ (Food Standards Agency, FSA) ประกาศเตือนผู้บริโภค กรณีบริษัทผู้ผลิตเรียกคืนผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเฟอเรโร ที่ผลิตจากประเทศเบลเยียม รุ่น Kinder Surprise ขนาด 20 กรัม และ 20 กรัม x 3 ระบุวันที่ควรบริโภคก่อนระหว่างวันที่ 11 ก.ค.-7 ต.ค. 2565 เนื่องจากอาจปนเปื้อนเชื้อแซลโมเนลลานั้น จากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่าผลิตภัณฑ์คินเดอร์ช็อกโกแลต ตรา เฟอเรโร มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหลายรุ่น โดยผู้นำเข้า 2 บริษัท คือ บริษัท เอส.จี.ฟาร์อีสเทิร์น จำกัด และบริษัท ซีโน-แปซิฟิคเทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์คินเดอร์ เซอร์ไพรซ์ และจากการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตพบว่า คินเดอร์ เซอร์ไพรซ์ ช็อกโกแลตนมรูปไข่ KINDER SURPRISE MILK CHOCOLATE EGG เลขสารบบอาหาร 10-3-09423-1-0399 สถานะผลิตภัณฑ์ สิ้นสภาพ ตั้งแต่ 31/12/2558  โดยเป็นผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตนมที่ประกอบด้วยไข่ช็อกโกแลตล้อมรอบแคปซูลพลาสติกที่มีของเล่นชิ้นเล็กอยู่ข้างใน เข้าข่ายเป็นการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่ไม่ใช่อาหารในหีบห่อของภาชนะบรรจุอาหารที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ จึงห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 310) พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ตาม ทางด่านอาหารและยา อย. มีการเฝ้าระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีปัญหาหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคหลุดรอดเข้ามาในประเทศได้

     รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตที่บรรจุภัณฑ์ ไม่มีรอยแตก หรือฉีกขาด มีฉลากแสดงข้อมูล เช่น ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า น้ำหนักสุทธิปริมาณน้ำตาลและ/หรือวัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นร้อยละของน้ำหนักโดยประมาณ เดือนและปีที่ผลิต หรือ วันเดือนและปีที่หมดอายุ ข้อความแสดงการใช้วัตถุกันเสีย สี หรือการแต่งกลิ่นรส ถ้ามีการใช้ แล้วแต่กรณี และหากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ขอให้ร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

 

วันที่เผยแพร่ข่าว 12  เมษายน 2565   ข่าวแจก  105 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1500
  
11 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/11/20224/11/20234/20/2022 1:23 PM4/11/2022ข่าวแจก 1032565

วัคซีนโควิด-19 ที่ อย. อนุญาตให้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น คณะผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินด้านความปลอดภัย ซึ่งจะพิจารณาผลการศึกษาในสัตว์ทดลอง และความปลอดภัยในคน เช่น ขนาดโดสที่ใช้ ระยะเวลาการให้วัคซีน ด้านคุณภาพ จะครอบคลุมทั้งการควบคุมคุณภาพการผลิต ตัวยาสำคัญ กระบวนการผลิต มาตรฐานสถานที่ผลิตวัคซีนตามมาตรฐาน GMP ซึ่งทุกขั้นตอนต้องมีการประกันคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และด้านประสิทธิผลของวัคซีน ต้องผ่านการวิจัยในคน โดยพิจารณาประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีน (Risk-benefit analysis) รวมถึงการติดตามผลข้างเคียงและการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

          สำหรับวัคซีนของไฟเซอร์ที่ได้รับการอนุญาตในกลุ่มเด็ก 5 - 11ปี ในไทยนั้น สอดคล้องกับรายการวัคซีนฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO Emergency Use List) และหลายประเทศทั่วโลกที่มีการอนุมัติในภาวะฉุกเฉิน เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ทั้งนี้ ขนาดการใช้วัคซีนลดลงเหลือ 10 ไมโครกรัม (1 ใน 3 ของขนาดที่ใช้ในผู้ใหญ่) จากข้อมูลในต่างประเทศพบการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเพียง 1.2 รายในล้านโดสที่ฉีดและไม่มีผู้ใดเสียชีวิต สำหรับในประเทศไทยพบเพียง 1.1 รายในล้านโดสที่ฉีดและไม่มีผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน

เลขาธิการ อย. ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนทุกตัวที่อนุญาตมีความปลอดภัย มีคุณภาพ และมีประสิทธิผล ซึ่งจะส่งผลให้ลดความสูญเสียจากการติดเชื้อโควิด-19

********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  11 เมษายน 2565 ข่าวแจก 103  ปีงบประมาณ 2565

 

1499
  
10 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/10/20224/10/20234/19/2022 1:51 PM4/10/2022ข่าวแจก 1032565

เลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า   การทำงานเป็นเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง อย. มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมในการพัฒนาระบบยา ทั้งนี้ ข้อหารือจะนำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสององค์กรในโอกาสต่อไป

1498
  
5 เมษายน 2565 บทแถลงข่าวnullYes4/5/20224/5/20234/19/2022 8:58 AM4/5/2022แถลงข่าว 222565

พฤติการณ์กล่าวคือ  ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า มีกลุ่มเครือข่ายหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ โดยการสร้างเว็บไซต์ที่มีบทความเนื้อหาที่เป็นเท็จและบรรยายสรรพคุณเกินความจริง   เพื่อโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ เช่น

- "คุณยายวัย 68 ปีสามารถได้ยินอย่างชัดเจนอีกครั้งหลังจากที่สูญเสียการได้ยินเป็นเวลากว่า 18 ปี"

- "ตอนแรกการปลูกถ่ายตับเป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยรักษาชีวิตแม่ของฉันไว้ได้             แต่ในท้ายที่สุดเราก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ ต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสูตรพิเศษที่ฉันได้มีโอกาสค้นพบให้เข้ามาช่วยฟื้นฟูสุขภาพตับของแม่ฉันได้อย่างทันท่วงที"

- "รองมิสไทยแลนด์ เพิ่มขนาดหน้าอกของเธอเพียง 1 เดือนก่อนการเข้าร่วมการประกวด โดยไม่ได้รับประทานอาหารพิเศษใด ๆ และการผ่าตัด"

ซึ่งมีประชาชนหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ จำนวนมาก แต่เมื่อได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วก็มิได้เป็นไปตามที่โฆษณาแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลงเชื่อคำโฆษณาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้  ทำการสืบสวนจนทราบว่า บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้โฆษณาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพข้างต้น     จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ นายศุภกร(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 606/2565 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2565 โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร, ร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโฆษณาเครื่องสำอางโดยใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม โดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จ หรือเกินความจริงและข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐาน
หมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา"

จนเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ., บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงได้ปูพรมตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวน 4 แห่ง จนสามารถจับกุมตัวนายศุภกรฯ ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ พร้อมทั้งตรวจยึดคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 3 เครื่อง และเอกสาร พยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นความผิดจำนวนมาก โดยจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้มีการเปิดเว็บไซต์เพื่อโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีบทความเนื้อหาที่เป็นเท็จและบรรยายสรรพคุณเกินความจริง จำนวน 20 เว็บไซต์ (20 ผลิตภัณฑ์) ดังนี้

1. เสริมอาหาร Longevita               เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/longevita/pre3/TH/

2 เสริมอาหาร Sativum                   เว็บไซต์ healthy-offers.org/sativumcomplex/lp1/TH/

3. เสริมอาหาร Mind Up                 เว็บไซต์ http://healthy-offers.org/mindup/pre2/TH/

4. เสริมอาหาร Accuvist                  เว็บไซต์ http://healthy-offers.org/accuvist/pre1/TH/

5. เสริมอาหาร Ke One                   เว็บไซต์ https://morebigthings.com/ke-one/pre3upg/TH/

6. เสริมอาหาร D-Keronic                เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/d-keronic/lp7/TH/

7. เสริมอาหาร Keyto                     เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/keyto/lp2aff/TH/

8. เสริมอาหาร Silcontrol                เว็บไซต์ https://asianews-th.com/silcontrol/lp1/TH/

9. เสริมอาหาร Jasmine                  เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/jasmine/pre1/TH/

10. เสริมอาหาร Vitabalance            เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/vitabalance/lp5/TH/

11. เสริมอาหาร Chaicakan              เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/chaicakan/lp3/TH/

12. เสริมอาหาร O.Q.                      เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/oq/lp1/TH/

13. เครื่องสำอาง Brestel                 เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/brestel/lp1/TH/

14. เครื่องสำอาง Nativein               เว็บไซต์ https://morebigthings.com/nativein/pre3/TH/

15. เครื่องสำอาง Glolift                  เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/glolift/pre1/TH/

16. เครื่องสำอาง DentaClean เว็บไซต์ https://morebigthings.com/dentaclean/lp2/TH/

17. เครื่องสำอาง VELFOR                เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/velfor/lp3/TH/

18. เครื่องสำอาง Collagen Complex      เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/collagencomplex/pre2/TH/

19. เครื่องสำอาง D.U.D                   เว็บไซต์ https://healthy-offers.org/dud/lp1/TH/

20. เครื่องสำอาง Lefery                  เว็บไซต์ https://morebigthings.com/lefery/pre1/TH/

โดยมีการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างรักษาเป็น 11 กลุ่ม ได้แก่ ตา, หู, สมอง, ลดน้ำหนัก, หัวใจ, สมรรถภาพชาย, เสริมร่างกาย, บำรุงผิว (กิน), บำรุงผิว (ทา), บำรุงผม, ฟัน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์บางรายการข้างต้นก็ได้มีการยกเลิกเลข อย. ไปแล้ว อีกทั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ผ่านทางURL:www.https://www.antifakenewscenter.com/ ได้เคยประกาศผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Accuvistum กล่าวอ้างช่วยรักษาผู้ที่สูญเสียการได้ยิน หูหนวก โดยไม่ต้องผ่าตัด, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร KeyTo ช่วยลดน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร D.U.D คืนความอ่อนเยาว์กลับไปได้ 20 ปี ใน 3 เดือน ซึ่งพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น แสดงข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นเท็จ และมีการใช้ข้อความโฆษณาแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณของอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถรักษาโรคกล่าวอ้างได้ผู้บริโภคอาจเสียโอกาสในการรักษาตัวเอง ทั้งนี้ ได้ตรวจยึดผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯ และ พ.ร.บ.เครื่องสำอางฯ จำนวน 23 รายการ มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท นำตัว นายศุภกรฯ พร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถาม นาย ศุภกรฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ให้การเพิ่มเติมว่า บริษัท อีเฟิร์ส กรุ๊ป    ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศโปแลนด์ ได้ว่าจ้างให้ นายศุภกรฯ มาเป็นกรรมการกผู้มีอำนาจของบริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย     (ไทยแลนด์) จำกัด โดยได้รับเงินเดือน เดือนละ 350,000 บาท มีหน้าที่ควบคุมดูแล บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งรับผิดชอบในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเชื้อเชิญ ดูแลลูกค้าในการซื้อผลิตภัณฑ์ (ลักษณะเหมือน       call center) ส่วนการโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาบทความอันเป็นเท็จและมีสรรพคุณเกินจริงนั้น บริษัท อีเฟิร์ส กรุ๊ป (ประเทศโปแลนด์) ได้ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศรัสเซียเป็นผู้ดำเนินการ โดยตนเองไม่ทราบรายละเอียดและวิธี
ในการดำเนินการ และจากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่า ในปี พ.ศ.2564 บริษัท อีเฟิร์ส เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด
มีรายได้จากเปิดเว็บไซต์ที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ ประมาณ 250 ล้านบาท

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่าขอให้ระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าหลงซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อออนไลน์ที่โฆษณาเกินจริง โดยเว็บไซต์เหล่านี้จะให้กรอกชื่อ หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ แล้วกดคำว่า "สั่งซื้อพร้อมส่วนลด50%" เพื่อสั่งซื้อสินค้า หลังจากนั้นจะมีการติดต่อกลับจากผู้ขาย วิธีการส่งสินค้าจะเก็บเงินปลายทาง ซึ่งท่านอาจจะถูกหลอกได้ และขอเตือนไปยังผู้คิดจะกระทำความผิดหลอกลวงคนอื่นด้วยวิธีการเอาความเจ็บป่วย หรือความเยาว์วัยมาหลอกลวงผู้บริโภคขายสินค้าให้กับผู้บริโภค หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา

ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปัจจุบันพบการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์สุขภาพในลักษณะการสั่งซื้อผ่าน Call Center และการจัดส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ผ่านทางเว็บไซต์ โดยมีโดเมนอยู่ที่ต่างประเทศ มีการกล่าวอ้างบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น แพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยเนื้อความเหมือนการให้ความรู้และสอดแทรกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขายลงไป ข้อความดังกล่าวหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ไม่มีหลักฐาน หรือผลการทดสอบประสิทธิภาพทางวิทยาศาสตร์ของผลิตภัณฑ์มาสนับสนุน ขอให้ผู้บริโภคระลึกไว้เสมอว่าไม่มีอาหารหรือเครื่องสำอางที่มีสรรพคุณรักษาโรค ฉะนั้นก่อนกดคำสั่งซื้อทุกครั้งขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบให้ดีเสียก่อน อย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ ที่มักโฆษณาเกินจริง ทั้งนี้ข้อมูลที่ตรวจพบทั้งหมด อย. จะดำเนินการส่งทำข่าวประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) และเว็บไซต์ของ อย. เช็กชัวร์แชร์ ต่อไป ทั้งนี้หากพบแหล่งผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรืออาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค ขอให้แจ้งเบาะแสร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ  

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 5 เมษายน 2565 แถลงข่าว 22/ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565

"การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

1497
  
1 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/1/20224/1/20234/14/2022 12:46 PM4/1/2022ข่าวแจก 1022565

ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ได้แก่ ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ  มาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไส้กรอก

ณ สถานที่จำหน่าย พบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และผลการตรวจวิเคราะห์พบวัตถุกันเสียไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ขายแจ้งว่าซื้อมาจากร้านขายส่งที่ จ.สมุทรสาคร


จึงมีการขยายผลโดย อย. ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้ตรวจสอบร้านค้าส่ง หจก.ตั้งเจริญอาหารทะเลแปรรูป ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรับมาจากผู้ผลิตชื่อ คุณปิ๊ก ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม

จากนั้น อย. จึงร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ตรวจสอบสถานที่ผลิตลูกชิ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบพบว่า 1. ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. สถานที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ GMP 3. การแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม จึงได้สั่งงดการผลิต และดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจไส้กรอก และลูกชิ้นที่ตลาดสด อ.เมือง และ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พบการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง 10 รายการ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คำแนะนำแก่ร้านค้าห้ามรับมาจำหน่าย และจะทำการตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตต่อไป ขอให้ผู้บริโภคเลือกซื้อไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ จากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) เท่านั้น

วันที่เผยแพร่ข่าว 1 เมษายน 2565  ข่าวแจก 102/ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

1495
  
1 เมษายน 2565ข่าว อย.nullYes4/1/20224/1/20234/13/2022 11:28 AM4/1/2022ข่าวแจก 1012565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากการโฆษณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจาก อย. จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบสืบค้นผลิตภัณฑ์ของ อย. พบเลขสารบบอาหาร 10-1-26261-5-0033 ผู้ประกอบการได้แจ้งยกเลิก ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ได้เก็บตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รุ่นการผลิต 15/05/2020 วันหมดอายุ 15/05/2022 ตรวจพบยาแผนปัจจุบัน บิซาโคดิล (Bisacodyl) ซึ่งบริษัทผู้ผลิตปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน เนื่องจากไม่ทราบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ และอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค หากเกิดปัญหาใด ๆ จะไม่สามารถตามหาผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพถึงแก่ชีวิต ทั้งนี้ อย. ได้สั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทางออนไลน์ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ข้อเสนอแนะ

เตือนผู้บริโภค อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ "VLENDER FIBER" ที่ฉลากระบุรุ่นการผลิต และวันหมดอายุดังกล่าวมารับประทาน อาจมีผลข้างเคียงเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในลักษณะดังกล่าวขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อย่างแน่นอน กรณีพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะเป็นอันตราย ขอให้แจ้งร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. 1556  Line : @FDAThai Facebook : FDAThai  หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  1  เมษายน 2565  ข่าวแจก  101  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1494
  
31 มีนาคม 2565ข่าว อย.nullYes3/31/20223/31/20234/12/2022 9:25 AM3/31/2022ข่าวแจก 1002565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตราย              มีความสนใจเกี่ยวกับสารเคมีและผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุขมากขึ้น ซึ่งการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือเกินความจำเป็น อาจส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ              ทั้งสุขภาพของผู้ใช้ ผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ผลิตและสิ่งแวดล้อม อย. ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ผู้ประกอบการในการจัดการสถานที่ประกอบกิจการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในวันที่ 31 มีนาคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้จัดคอร์สติวเข้มเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์          วัตถุอันตราย ครั้งที่ 2 ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานที่ประกอบการขออนุญาต              ด้านวัตถุอันตรายและหน้าที่ของผู้ประกอบการหลังจากได้รับอนุญาต การนำข้อมูลเอกสารด้านความปลอดภัย                 ของสารเคมีไปใช้ประโยชน์ในการจำแนกประเภท วิธีการจัดเก็บวัตถุอันตราย รวมทั้งเปิดเวทีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นการร่วมกันพัฒนาระบบงานคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ

รองเลขาธิการฯ อย. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับการส่งเสริม            ให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีมาตรฐานการผลิตที่ทัดเทียมสากลต่อไป

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 31 มีนาคม  2565  ข่าวแจก 100 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1493
  
30 มีนาคม 2565ข่าว อย.nullYes3/30/20223/30/20234/11/2022 2:26 PM3/30/2022ข่าวแจก 992565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีพบการโฆษณาขายสบู่กำจัดติ่งเนื้อ ติ่งเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ หลุดถาวร ทางออนไลน์นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า "ติ่งเนื้อ" มีลักษณะเป็นตุ่มที่ยื่นออกมา นิ่มๆ เป็นเนื้อเยื่อ และมีเส้นเลือดเล็กๆ พบได้ในบริเวณที่ผิวหนังมีการเสียดสีต่อเนื่อง เช่น รอบคอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ หรือใบหน้า               พบมากในผู้มีอายุ 30 - 50 ปี ขึ้นไป ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือการดำรงชีวิต ยกเว้นพบว่ามีขนาดเกิน 5 มิลลิเมตร หรือโตเร็วผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจว่าเป็นติ่งเนื้อธรรมดา หรือเป็นเนื้องอกที่มีอันตราย การลดความเสี่ยงที่เกิดจากติ่งเนื้อทำได้ด้วยการใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและเลือกเครื่องประดับที่เหมาะสม เพื่อลดการเสียดสี

สำหรับในบางรายที่ต้องการกำจัดติ่งเนื้อ เพื่อความสวยงาม ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งรับคำแนะนำการดูแลแผลให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ทั้งนี้ อย. แนะผู้บริโภคอย่าซื้อหรือหลงเชื่อการโฆษณาสบู่ ที่อ้างว่าสามารถกำจัดติ่งเนื้อได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะสบู่จัดเป็นเครื่องสำอางที่ใช้เพื่อทำความสะอาดร่างกายใช้ร่วมกับน้ำสะอาดเพื่อชะล้างเหงื่อไคล ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในชีวิตประจำวันไม่สามารถกำจัด            ติ่งเนื้อได้

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวว่า ผู้โฆษณาเครื่องสำอางโดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จเกินความจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การโฆษณาเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่  ดังนั้น อย. จึงมีแนวทางที่ถูกต้องในการโฆษณาเครื่องสำอาง ตามคู่มือแนวทางการโฆษณา เผยแพร่ไว้ที่ https://www.fda.moph.go.th/sites/Cosmetic/SitePages/Advertise.aspx 

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 30 มีนาคม 2565  ข่าวแจก 99 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1492
  
29 มีนาคม 2565ข่าว อย.nullYes3/29/20223/29/20234/10/2022 11:37 AM3/29/2022ข่าวแจก 982565

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวการเรียกคืนอาหารทารกที่ผลิตจาก Abbott Nutrition - Sturgis, Sturgis, Michigan, United States of America อาจปนเปื้อนเชื้อ Cronobacter Sakazakii และ Salmonella นั้น จากการตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏเป็นข่าวพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทารกสำหรับทารกที่แพ้โปรตีนนมวัวหรือมีภาวะ              โคลิคเนื่องจาก ไวต่อการแพ้โปรตีนนมวัว (เครื่องหมายการค้า ซิมิแลค อลิเมนทัม เอไอ.คิว พลัส) (อาหารทางการแพทย์) เลขสารบบอาหาร 10-3-14623-1-0121 นำเข้าโดย บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด             ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีหนังสือชี้แจงว่าได้งดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เพื่อนำไปทำลายต่อไป

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนงดซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์ แจ้งผู้จำหน่ายงดจำหน่าย นำออกจากชั้นวางสินค้า และส่งคืนบริษัทฯ และตรวจสอบเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผลการตรวจสอบสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ รวมจำนวน 2,182 แห่ง พบการจำหน่าย 27 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้งดจำหน่าย และติดตามเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเขตพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ อย. ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารทารกสำหรับทารกที่แพ้โปรตีนนมวัวหรือมีภาวะโคลิคเนื่องจาก            ไวต่อการแพ้โปรตีนนมวัว (เครื่องหมายการค้า ซิมิแลค อลิเมนทัม เอไอ.คิว พลัส) (อาหารทางการแพทย์) เลขสารบบอาหาร 10-3-14623-1-0121 รุ่น MFG 15 SEP2021 EXP 1OCT2023 ผลการตรวจวิเคราะห์ไม่พบ Cronobacter Sakazakii  และ Salmonella จึงขอแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเพื่อคลายความกังวล

**************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 29 มีนาคม 2565 ข่าวแจก 98 / ปีงบประมาณ พ.. 2565

1491
  
26 มีนาคม 2565ข่าว อย.nullYes3/26/20223/26/20234/5/2022 3:28 PM3/26/2022ข่าวแจก 972565

ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอใช้สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. ร่วมกับสถานที่ที่ผลิตเครื่องสำอางจำนวนมาก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้ประกอบการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้พิจารณาหลักเกณฑ์การใช้สถานที่ร่วมกันโดยจะเน้นเรื่อง ความเสี่ยงต่อการเกิดการปนเปื้อนข้าม (Cross Contamination) ระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะผลิตเพิ่มเติมกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ความสอดคล้องของมาตรฐานสถานที่ผลิตแต่ละรายการ ข้อกฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด และรูปแบบการขอใช้สถานที่ผลิตร่วม ซึ่งแบ่งได้ 4 กรณี ดังนี้

          1.การขอใช้อาคารผลิตร่วมกัน ในกรณีใช้สถานที่ผลิตโดยใช้อาคารผลิตร่วมกัน แต่แยกทางเข้าออก ทางเดินร่วม บริเวณการผลิต การบรรจุ และอุปกรณ์การผลิตต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน โดยไม่มีส่วนที่คาบเกี่ยวกันในจุดควบคุมความสะอาดสูงสุด เช่น สถานที่ผลิต/บรรจุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต หรือจุดอื่นๆ เป็นต้น อนุญาตให้สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้

          2.การขอใช้ทางเดินร่วม ภายในอาคารผลิตเดียวกัน ในกรณีใช้สถานที่ผลิตภายใต้อาคารผลิตเดียวกันและใช้ทางเข้าออกและทางเดินร่วมกัน แต่แยกบริเวณการผลิต การบรรจุและอุปกรณ์การผลิตต่างๆ นั้นออกจากกันอย่างชัดเจน โดยไม่มีส่วนที่คาบเกี่ยวกันในจุดควบคุม ความสะอาดสูงสุด เช่น ห้องผลิต/บรรจุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น

            3.การขอใช้ห้องผลิต/บรรจุร่วมกัน ในกรณีใช้สถานที่ผลิตภายใต้อาคารผลิตเดียวกัน และใช้ทางเข้าออก ทางเดินร่วมกัน รวมถึงใช้บริเวณการผลิต การบรรจุร่วมกัน แต่แยกใช้อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างชนิดออกจากกันอย่างชัดเจน

          4.การขอใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตร่วมกัน ในกรณีใช้สถานที่ผลิตภายใต้อาคารผลิตเดียวกัน ใช้ทางเข้าออก    ทางเดินร่วมกัน รวมถึงใช้บริเวณการผลิต การบรรจุและใช้อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างชนิดร่วมกัน

กรณีที่ 2, 3 และ 4 นี้จะอนุญาตให้สามารถใช้พื้นที่ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างชนิดร่วมกันกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เคยได้รับอนุญาตอยู่ก่อนได้ภายใต้เงื่อนไขความเสี่ยงต่อการเกิดการปนเปื้อนข้าม (Cross Contamination) และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

          รองเลขาธิการฯ เน้นย้ำ อย. พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการปรับหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม เพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ภายใต้ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มกำกับดูแลเครื่องสำอางหลังออกสู่ตลาด กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย โทร 02 590 7278

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 26 มีนาคม 2565 ข่าวแจก 97 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1490
  
24 มีนาคม 2565บทแถลงข่าวnullYes3/24/20223/24/20234/5/2022 3:20 PM3/24/2022แถลงข่าว 212565


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบผู้บริโภคจำนวนมากได้ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพร ยากษัยเส้นปู่แดง และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรที่โฆษณากล่าวอ้างบำรุงร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร  ต้านการอักเสบของ ข้อ หลังและเอว ลดอาการปวดทุกชนิด มาดื่มกินและ
เกิดอาการผิดปกติทางร่างกาย อีกทั้งได้รับแจ้งว่ามีการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ตรวจสอบพบ
สารสเตียรอยด์ในหลายพื้นที่ โดย สสจ.เชียงใหม่และ สสจ.เลย ได้แจ้งเตือนภัยให้ผู้บริโภคทราบถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวและแจ้งเบาะแสมายัง อย. จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพรดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีการลักลอบผลิตตามบ้านและโกดังในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก ในวันที่ 22 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย. และ สสจ.ขอนแก่น จึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดพลเข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตและเก็บอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 จุด รายละเอียดดังนี้

  1. บ้านสองชั้น ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ตรวจยึดของกลาง จำนวน 17 รายการ
  2. บ้านชั้นเดียว ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ตรวจยึดของกลางจำนวน 9 รายการ
  3. บ้านจัดสรรในตำบลโจดหนองแก อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จำนวน 16 รายการ
  4. อาคารชั้นเดียว จำนวน 4 คูหา ตำบลโนนข่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จำนวน 21 รายการ

โดยทั้ง 4 จุด พบของกลางน้ำสมุนไพร กว่า 20,000 ขวด, ยาเม็ดในกลุ่ม สเตียรอยด์ จำนวนกว่า 2,092,000 เม็ด, ยาเม็ดแก้ปวดไม่มีทะเบียน จำนวนกว่า 2,224,000 เม็ด ยาเม็ดแก้แพ้ จำนวนกว่า 5,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก จากนั้นนำของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

                      พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562

                  -  ผลิต ขาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม อันเป็นความผิดตามมาตรา 58 (1) ประกอบมาตรา 59 (3) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่แสดงที่ตั้งสถานที่ผลิตซึ่งไม่ใช่ความจริง และมาตรา 59 (5) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามตำรับที่ขึ้นทะเบียน แจ้งรายละเอียด หรือจดแจ้งไว้ซึ่งไม่ใช่ความจริง โทษสูงสุดตามมาตรา 101 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท

                  -  ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ เป็นความผิดตามมาตรา 58(4) โทษสูงสุดตามมาตรา 106 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                   พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

                           -  แสดงฉลากเพื่อลวงอาหารปลอมตามมาตรา 27 (4) ฝ่าฝืนมาตรา 25 (2) โทษตามมาตรา มาตรา 59 ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปีและปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 100,000 บาท

                   นพ.วิทิต  สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่าปัญหาสเตียรอยด์
ที่คุกคามสุขภาพคนไทยเป็นเวลานาน เป็นเพราะสรรพคุณของสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและกดภูมิต้านทานของร่างกาย สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้ลักลอบนำไปใส่ในยาชุดหรือนำไปผสมกับสมุนไพรขายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งยาลูกกลอน ยาแผนโบราณ ยาประดง ยาผงสมุนไพร ยากษัยเส้น โดยเหยื่อส่วนใหญ่มักเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่หาซื้อยากินเอง ใช้กลยุทธ์กล่าวอ้างเป็นสมุนไพรปลอดภัยใช้รักษาสารพัดโรค ทั้งกระดูกทับเส้น ปลายประสาทอักเสบ เหน็บชา เก๊าท์ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อ ปวดเข่า อัมพฤกษ์ อัมพาต  เป็นต้น  เมื่อทานยาจะเห็นผลระยะแรก ๆ แต่หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติที่สังเกตได้ตั้งแต่มีใบหน้ากลมอูมเหมือนพระจันทร์ มีโหนกที่แก้ม มีหนอกที่คอ ตัวบวมเริ่มมีไตวาย  ถ้าหยุดยากะทันหันจะทำให้เกิดภาวะช็อกได้
"สเตียรอยด์" จึงเป็น "ยาควบคุมพิเศษ" ร้านยาขายได้เฉพาะผู้ป่วยที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น จึงขอเตือนผู้บริโภคก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพใด ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลอนุญาตทางเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th ก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้หากพบแหล่งผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหรืออาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค ขอให้แจ้งเบาะแสร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. โทร. 1556 อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรและยามารับประทานเพื่อรักษาโรค ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขอเตือนผู้ที่ลักลอบผลิต และขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอมหรือที่ไม่ได้รับอนุญาต  ให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะท่านกำลังทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย เกิดผลกระทบกับร่างกายและเสียโอกาสได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 24 มีนาคม 2565 แถลงข่าว  21 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

"การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน"

1489
  
23 มีนาคม 2565ข่าว อย.nullYes3/23/20223/23/20234/1/2022 9:35 AM3/23/2022ข่าวแจก 962565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโฆษณาแสดงคุณประโยชน์คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรและผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. รวมทั้งไม่ขออนุญาตโฆษณา ทั้งนี้ อย.ได้สั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

ข้อแนะนำ

ขอเตือนผู้บริโภคให้รู้เท่าทันการโฆษณาและอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้างสรรพคุณใด ๆ มารับประทาน เพราะอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึง กรณีมีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี ทั้งนี้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  23  มีนาคม 2565  ข่าวแจก  96  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1488
  
22 มีนาคม 2565 ข่าว อย.nullYes3/22/20223/22/20233/31/2022 2:46 PM3/22/2022ข่าวแจก 952565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับกรมศุลกากรได้ดำเนินการพัฒนาธุรกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า - ส่งออก และโลจิสติกส์ ให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window (NSW)               เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ โดยยื่นเอกสารเพียงครั้งเดียว สามารถส่งข้อมูลให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง                     ซึ่ง อย. มี 5 ธุรกรรม ได้แก่ 1. คำขอใบแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ 2. ข้อมูลใบแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ 3. ยกเลิกข้อมูลใบแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ 4. ข้อมูลใบขนสินค้าผ่านพิธีการขาเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ 5. ข้อมูลแจ้งผลการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ผ่านมา อย. ได้ทำกระบวนงานพิจารณาอนุญาตที่เชื่อมโยงผ่านระบบไปแล้ว จำนวน 34 กระบวนงาน อาทิ การขอนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (อ.16) การขอนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อเป็นตัวอย่าง การขอนำเข้าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์สำหรับบุคลากรในกิจการของตน ฯลฯ

สำหรับในปี 2565 อย. มีแผนการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้าและส่งออกสินค้าข้ามแดนทางบก รองรับกลุ่มประเทศตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง หรือ ACMECS ผ่านระบบ NSW โดย อย. มีพิกัดศุลกากรและรหัสสถิติที่ควบคุมสินค้านำเข้าส่งออกผ่านระบบ NSW จำนวน 3,207 รายการพิกัดศุลกากรและรหัสสถิติ ปัจจุบันได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาต/ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NSW ครบ 100 % ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าได้รับความสะดวกรวดเร็วในการยื่นเรื่องขออนุมัติ อนุญาตผ่านพิธีการศุลกากรแบบไร้เอกสารทางระบบ NSW ที่สามารถลดขั้นตอน ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและจัดทำเอกสาร รวมทั้งค่าบริการต่าง ๆ              จากการติดต่อผ่านหลายหน่วยงาน และส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการนำเข้าส่งออกสินค้า                ของประเทศไทย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเชื่อมโยงระบบของหน่วยงานให้สามารถส่งข้อมูลใบอนุญาต           การนำเข้าส่งออกและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีการศุลกากรไปยังระบบ NSW ได้ทางอิเล็กทรอนิกส์

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. พร้อมที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อ                          เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใส เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม                           ให้ภาคธุรกิจสามารถนำเข้าส่งออกได้อย่างราบรื่น บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  22 มีนาคม 2565  ข่าวแจก 95 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1 - 30Next