SharePoint

Skip Navigation LinksNews

  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
Index_Detail
1541
  
27 มิถุนายน 2565ข่าว อย.1Yes6/27/20226/27/20236/27/2022 1:20 PM6/27/2022ข่าวแจก 1402565

วันนี้ (27 มิถุนายน 2565) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "การประชุมระดับชาติเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพ ครั้งที่ 3" ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล นนทบุรี โดยมีหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมและองค์กรวิชาชีพ เครือข่ายภาคประชาสังคม และองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ เป็นเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้

          นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดทั่วโลก พบมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาการดื้อยา สูงถึงปีละ 1.27 ล้านคน ซึ่งมากกว่าเดิมที่เคยประมาณการไว้ว่าเสียชีวิตแค่เพียง 7 แสนคน โดยในปี 2563 การติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพถูกกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดหนึ่งใน "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) สำหรับประเทศไทยให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาภายใต้ "แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2565" ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง และมีการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมนี้นับเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการจัดประชุมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 ครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2563 และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ รวมถึงนำมาใช้ในระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 2566 - 2570

          ด้าน นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมและองค์กรวิชาชีพ หน่วยงานภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้มีการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 2566-2570 เพื่อแก้ไขปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีวิทยากรทั้งในและต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพที่เกิดขึ้นในประเทศและระดับโลก ร่วมกันนำเสนอทิศทางการทำงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สำหรับการจัดงานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หน่วยวิจัยโรคเขตร้อนมหิดล-อ๊อกซ์ฟอร์ด คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว

***************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  27  มิถุนายน  2565 / ข่าวแจก  140  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 

1540
  
27 มิถุนายน 2565ข่าว อย.2Yes6/27/20226/27/20236/27/2022 1:33 PM6/27/20221392565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เผยถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชงไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก ยังคงเป็นยาเสพติด ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาลในการนำส่วนของกัญชา กัญชง มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้

ให้แก่ประชาชน โดยไม่มีการสนับสนุนให้ใช้กัญชา กัญชง ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับกัญชา กัญชง บรรลุเป้าหมายเป็นผลสำเร็จ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลในการใช้กัญชา กัญชงอย่างปลอดภัยไปยังประชาชนกลุ่มต่าง ๆ
อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้คณะทำงานภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนผู้บริโภคเป็นเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกับ อย. ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้คณะทำงานภาคประชาชนมีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชง อย. จึงได้นำคณะทำงานภาคประชาชนลงพื้นที่ศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชงทางการแพทย์ ส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 20 - 22 มิถุนายน 2565 ณ วิสาหกิจชุมชนเพ ลา เพลิน โรงพยาบาลคูเมือง และโครงการนำร่องโนนมาลัยโมเดล จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้คณะทำงานที่ได้สัมผัสสถานที่จริงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เล็งเห็นถึงประโยชน์จากกัญชา กัญชง ในการนำไปรักษาโรคและใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ข้อมูลวิชาการต่าง ๆ เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ - กัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจ รวมทั้งสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ไปเผยแพร่ต่อประชาชน เครือข่ายคณะทำงานภาคประชาชนกับหน่วยงานสาธารณสุข ผู้ประกอบการเกี่ยวกับกัญชา กัญชง ต่อไป

*****************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 27 มิถุนายน  2565  ข่าวแจก 139 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1539
  
24 มิถุนายน 2565ข่าว อย.3Yes6/24/20226/24/20236/27/2022 1:33 PM6/24/20221382565

     ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปีเป็น "วันไอโอดีนแห่งชาติ" ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า โรคขาดสารไอโอดีน เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับชาติ ที่พบในประชาชนที่กินอาหารที่มีสารไอโอดีนน้อย หรือไม่มีเลยเป็นประจำ หรือประชาชนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารแถบชายแดน ดังนั้น เพื่อให้โรคขาดสารไอโอดีนหมดไป อย. จึงขอแนะผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์อาหารที่เสริมสารไอโอดีนในการปรุงประกอบอาหาร เช่น เกลือบริโภค น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร และผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง

     ไอโอดีน คือ แร่ธาตุตามธรรมชาติ พบมากในอาหารทะเล ใช้สร้างไทรอยด์ฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและการพัฒนาสมองของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ รวมถึงการเสริมสร้างสติปัญญา หากทารกขาดสารไอโอดีนจะส่งผลให้สมองเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ระดับสติปัญญาจะลดลง และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ทารกเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ พิการ หรือปัญญาอ่อนได้ ส่วนผู้ใหญ่อาจเป็นโรคคอพอก เชื่องช้า ผิวหนังแห้ง และท้องผูก  โดยปริมาณไอโอดีนที่ต้องการต่อวัน สำหรับเด็กประมาณ 90 - 120 ไมโครกรัม ผู้ใหญ่ทั่วไป ประมาณ 150 ไมโครกรัม ขณะที่หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรจะมีความต้องการที่มากขึ้นคือประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อวัน

     รองเลขาธิการฯ ขอให้ผู้บริโภคเลือกซื้อและใช้เกลือเสริมไอโอดีน หรือผลิตภัณฑ์ปรุงรสเสริมไอโอดีน โดยดูได้จากฉลากผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีการเสริมไอโอดีน มีชื่อที่อยู่ของผู้ผลิตชัดเจน และมีเลข อย. บนฉลากด้วย การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนขอให้ใช้เพียงเพิ่มรสชาติอาหาร อย่าใส่ในปริมาณมากจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  24  มิถุนายน 2565  ข่าวแจก 138   / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1537
  
24 มิถุนายน 2565ข่าว อย.4Yes6/24/20226/24/20236/27/2022 1:34 PM6/24/20221372565

     ขณะนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) โดยในปี 2563 การดื้อยาต้านจุลชีพถูกกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดหนึ่งใน "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) สำหรับประเทศไทย ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้สุขภาพหนึ่งเดียว มาตั้งแต่ พ.ศ. 2560 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560-2565 โดยในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการจัดประชุมระดับชาติเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพ ครั้งที่ 1 เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการประชุมนี้ สำหรับการประชุมครั้งที่ 2 จัดขึ้นในปี 2563 ได้มีการนำเสนอความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ สถานการณ์ และข้อมูลวิชาการ สำหรับการประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดประชุมและเผยแพร่ผลงานวิชาการ

     ทั้งนี้ การประชุมจะจัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล นนทบุรี และผ่านระบบออนไลน์ โดยในปีนี้จะมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ความสำเร็จและความท้าทายของการดำเนินงานของแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย" โดยตลอดงาน จะมีวิทยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศหมุนเวียนกันมาอัพเดทสถานการณ์และข้อมูลวิชาการที่น่าสนใจในการจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และระดับโลก จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถสแกนผ่าน QR Code นี้

********************************************

วันที่เผยแพร่   24  มิถุนายน  2565 / ข่าวแจก  137   ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1536
  
17 มิถุนายน 2565ข่าว อย.5Yes6/17/20226/17/20236/27/2022 1:34 PM6/17/20221362565

           นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า การโฆษณายาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่มีส่วนประกอบของกัญชากัญชง ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อน สำหรับการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ และสรรพคุณของอาหารต้องขออนุญาตก่อน โดยต้องไม่สื่อให้เข้าใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตรบริโภคได้ และต้องไม่แสดงให้เห็นถึงผลของกัญชา กัญชง ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น หัวเราะได้แบบไม่รู้ตัว ช่วยให้เคลิบเคลิ้ม เป็นต้น ทั้งนี้ ให้แสดงคำเตือนในสื่อโฆษณา เช่น "อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค" "เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน" "หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที" หากพบการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวง มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          สำหรับการโฆษณายาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อน และต้องไม่แสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ เกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด หากพบการโฆษณาที่ฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเครื่องสำอาง ไม่ต้องขออนุญาตโฆษณา แต่ต้องไม่แสดงสรรพคุณเป็นเท็จ เกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบผู้กระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลได้ที่สายด่วน อย. 1556

*****************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว   17  มิถุนายน 2565 / ข่าวแจก  136  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1535
  
11 มิถุนายน 2565ข่าว อย.6Yes6/11/20226/11/20236/27/2022 1:34 PM6/11/2022ข่าวแจก  1352565

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อกังวลถึงผลกระทบจากการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ทำให้เด็กและวัยรุ่นเข้าถึงกัญชาและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย อาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและวัยรุ่นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการกำกับดูแลนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาซึ่งมีประวัติการบริโภคเป็นอาหาร เพื่อรองรับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบนพื้นฐานการคุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค ซึ่ง อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติตามมาตรการเดียวกัน คือ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาที่บรรจุในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่ายจัดเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ต้องกำกับดูแลทั้งก่อนและหลังการอนุญาตอย่างเข้มงวด ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต ต้องมีความปลอดภัย โดยมีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานด้านต่าง ๆ เช่น จุลินทรีย์ก่อโรค สารปนเปื้อน สารพิษตกค้าง ที่สำคัญ คือ ต้องมีปริมาณ THC ไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดจากการประเมินความปลอดภัย ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยในการบริโภค โดยมีผลวิเคราะห์ยืนยัน พร้อมบังคับให้แสดง   คำว่า "กัญชา" หรือ "ส่วนของกัญชา"  ที่ใช้บนฉลากอย่างชัดเจนในส่วนของชื่ออาหารและส่วนประกอบ รวมถึงแสดง คำเตือน และข้อแนะนำในการบริโภค เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาที่ได้รับเลขสารบบอาหาร จะมีความปลอดภัยเมื่อบริโภคตามคำแนะนำ สำหรับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาที่แสดงถึงสรรพคุณ คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกราย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือส่งเสริมการใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ อย. ยังมีการสุ่มเฝ้าระวังคุณภาพและการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาสรรพคุณหรือคุณประโยชน์ของอาหาร ไม่ให้เป็นการโฆษณาที่เกินจริงหรือหลอกลวงผู้บริโภค และดำเนินคดีกับผู้ที่  ฝ่าฝืนกฎหมาย

เลขาธิการ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง             โดยสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องแสดงเลขสารบบอาหาร ชื่ออาหารแสดงชื่อส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงหรือสารสกัด แคนนาบิไดออล (CBD) และข้อความ "คําเตือน" ด้วยตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 มม. ในกรอบสี่เหลี่ยม สีของตัวอักษรตัดกับสีของพื้นกรอบ และสีกรอบตัดกับสีของพื้นฉลาก ระบุข้อความ "เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน" "หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที" "ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสาร THC หรือ CBD ควรระวังในการรับประทาน" และ "อาจทำให้ง่วงซึมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล"

 

 

Text Box: ตัวอย่างฉลากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต

 


รวมทั้ง อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา อวดอ้างสรรพคุณ คุณประโยชน์ต่อสุขภาพในทางบำบัดรักษา ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบการได้รับอนุญาตได้จากเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต และหัวข้อ สืบค้นข้อมูลใบอนุญาตโฆษณา หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือ ไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ขอให้ร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร 1556 หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

****************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 11 มิถุนายน 2565  ข่าวแจก 135 / ปีงบประมาณ พ.. 2565

1534
  
10 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/10/20226/10/20236/27/2022 1:34 PM6/10/2022ข่าวแจก 1342565

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงการนำทีมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อย. และ สสจ. สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท เหล่าบัณฑิตกรีน จำกัด ตั้งอยู่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตปลูกกัญชงรายใหญ่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการผลิตอาหารที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนประกอบ โดยได้รับการสนับสนุน
จาก สสจ. สุราษฎร์ธานี ภายใต้งบประมาณจาก อย. เพื่อให้เป็นสถานที่ผลิตอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชงต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ของเขตสุขภาพที่ 11 และได้ให้แนวทางการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์
แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า กัญชง จะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญของประเทศ สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีความหลากหลาย โดยตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนผสมของกัญชงยังมีการแข่งขันที่ไม่สูงมากนัก และมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ในการนี้ อย. จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจนี้ นับเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการ
ในระดับฐานราก และเกษตรกรผู้ปลูกกัญชง

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 10 มิถุนายน  2565  ข่าวแจก 134 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

1533
  
9 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/9/20226/9/20236/27/2022 8:45 AM6/9/2022ข่าวแจก 1332565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากเป็นการโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ ของอาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวง    ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรและไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเว็บไซต์ที่ทำการโฆษณาไม่พบข้อมูลผู้โฆษณา พบเพียงวิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จะต้องกรอกชื่อ - นามสกุลจริง หมายเลขโทรศัพท์ และกดคำว่า "สั่งซื้อตอนนี้" รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งโฆษณาลักษณะนี้จะไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ ดังนั้น หากผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเกิดปัญหาใด ๆ ในการบริโภคผลิตภัณฑ์จะไม่สามารถตามหาผู้รับผิดชอบได้ จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาลักษณะนี้ และ อย. ได้สั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว

ข้อเสนอแนะ

ขอเตือนผู้บริโภคให้รู้เท่าทันการโฆษณาผลิตภัณฑ์อวดอ้างรักษาโรคหลอดเลือดและรักษาความดันโลหิต ทางสื่อออนไลน์ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะ อย. ไม่อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์อาหารโฆษณาไปในทิศทางที่เกี่ยวกับการรักษาโรคต่าง ๆ กรณีมีอาการเจ็บป่วยหรือผิดปกติในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556  Line : @FDAThai Facebook : FDAThai  หรือแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  9  มิถุนายน 2565  ข่าวแจก  133  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1532
  
8 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/8/20226/8/20236/24/2022 4:06 PM6/8/2022แถลงข่าว 362565

นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565 ทำให้ทุกส่วนของกัญชากัญชงไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% โดยน้ำหนักที่ยังคงเป็นยาเสพติด  ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำถึงนโยบายที่รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขผลักดันมาตลอด คือการนำกัญชา กัญชง มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ให้แก่ประชาชน โดยไม่มีการสนับสนุนให้ใช้กัญชากัญชงในทางที่ไม่เหมาะสม  สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนประกอบของกัญชากัญชงและสารสกัด CBD เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและตำรับยาไทย มากถึง 1,181 รายการ โดยผลการวิจัยของธนาคารกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี 2564 คาดว่าในปี 2569 ตลาดกัญชงจะเจริญเติบโตและมีมูลค่ามากถึง 15,000 ล้านบาท และอาจจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ เนื่องด้วยมีการประเมินมูลค่าตลาดกัญชาที่ถูกกฎหมายทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 500,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 17 โดยกัญชาในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพสร้างรายได้ถึงร้อยละ 70 ของมูลค่าทั้งหมด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาอย่างเข้าใจ เพื่อร่วมกันสื่อสารทำความเข้าใจการใช้กัญชากัญชงที่ถูกต้องกับประชาชน

นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์
แผนไทย โดยได้นำตำรับยากัญชาบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว
8 ตำรับ นอกจากนั้นกัญชายังสามารถนำมาต่อยอดในผลิตภัณฑ์
ต่าง ๆ ทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 พืชกัญชากัญชงไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป
ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกัญชากัญชงในประเทศไทย และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้ก้าวไปด้วยกันอย่างถูกต้องว่า ประชาชนจะสามารถปลูกพืชกัญชากัญชง เพื่อประโยชน์ในการรักษาและดูแลสุขภาพ และเมื่อปลูกแล้วยังสามารถแสดงตนด้วยการจดแจ้งผ่านระบบแอปฯ ปลูกกัญของ อย. ได้ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเองได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับในเรื่องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในการนำกัญชากัญชงไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ห้ามจำหน่ายให้ใช้ในสตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การออกประกาศกำหนดให้กลิ่นควันกัญชากัญชงเป็นเหตุรำคาญ นโยบายนี้ไม่ครอบคลุมถึงการสูบหรือการบริโภคเพื่อความบันเทิงหรือนันทนาการ เพราะไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกระทรวงสาธารณสุข

 

 

 

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ต้องการปลูกกัญชา กัญชง สามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องมีการจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ปลูกกัญ ของ อย. ที่จัดทำขึ้นและสามารถถอนการจดแจ้งได้เมื่อพบการกระทำความผิดที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ การจดแจ้งแอปพลิเคชันปลูกกัญนั้นเป็นไปเพื่อรักษาสิทธิของผู้ปลูกก่อนที่ พ.ร.บ.กัญชากัญชงจะประกาศบังคับใช้ โดยแจ้งตามวัตถุประสงค์การปลูก ซึ่งการปลดล็อกนี้จะทำให้ประชาชนสามารถปลูกเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและใช้ในครัวเรือน เพื่อนำไปใช้ในการปรุงยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายของกรณีที่เป็นแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน และเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์หรือในทางอุตสาหกรรมได้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้ลงเบียนเพื่อขอจดแจ้งแล้วเกือบแสนราย สำหรับการผลิตแปรรูปส่วนอื่น ๆ ของพืชกัญชากัญชง เช่น ใบ ช่อดอก กิ่งก้าน ราก ไม่ต้องขออนุญาตยาเสพติด ส่วนสารสกัดถ้ามี THC เกิน 0.2% ถือเป็นยาเสพติด  ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีพืชกัญชากัญชง หรือสารสกัดกัญชากัญชง เป็นส่วนประกอบ เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร  อาหาร เครื่องสำอาง ให้ขออนุญาตตามกฎหมายผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เช่น ยาน้ำมันกัญชา ยาแผนไทยที่มีใบ ช่อดอก ราก ฯลฯ เป็นส่วนผสม ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร  กรณีเป็นแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้าน หากจะใช้กัญชากัญชง ไปปรุงยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ให้ทำได้ตามการประกอบวิชาชีพโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิต หากมีข้อสงสัยเรื่องการปลูก
การสกัด หรือการขออนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์ให้สอบถามเพิ่มเติมโทร 1556 กด 3  หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ต้องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจทั้งประโยชน์และข้อควรระวังมากขึ้น และทำความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในสังคม รวมถึงการประเมินติดตามสถานการณ์ให้ประชาชนใช้กัญชาอย่างถูกต้องอย่างเข้าใจ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมีความสำคัญ เพื่อปรับปรุงข้อห่วงใยในช่วงรอยต่อนี้ แม้กัญชาจะไม่ได้อยู่ในฐานะของยาเสพติดแล้ว
แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการเตรียมความรู้และมาตรการมากกว่าช่วงนิรโทษกรรมกัญชาเมื่อปี 2562 ที่สามารถดำเนินการเปลี่ยนผ่านได้โดยไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำว่าในช่วงการเปลี่ยนผ่านในระหว่างรอ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง การปลูกทั้งหมดควรทำการจดแจ้งใน
แอปพลิเคชัน ปลูกกัญ ของ อ.ย. เพื่อรักษาสิทธิของแต่ละคนในอนาคตหลัง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ประกาศบังคับใช้ ในขณะเดียวกันการปรุงอาหารที่ใช้ส่วนต่าง ๆ ของกัญชาจะต้องมีความระมัดระวังไม่ให้เกิดผลเสียและหากใส่กัญชามากเกินพอดีอาจทำเกิดอาการไม่พึงประสงค์และเสียลูกค้าในร้านอาหารได้ ในขณะที่ผู้ที่ปลูกเพื่อจำหน่ายควรศึกษาเพื่อให้มีความชัดเจนเสียก่อนในเรื่องสายพันธุ์ วิธีการปลูก และคุณภาพให้เป็นไปตามผลิตภัณฑ์ของผู้ซื้อเพื่อป้องกันความเสียหายในทางธุรกิจของผู้ปลูกกัญชากัญชงเอง และควรระวังว่ากัญชายังไม่สามารถนำติดตัวไปยังต่างประเทศได้หากยังไม่มีใบรับรองทางการแพทย์หรือประเทศเหล่านั้นกำหนดให้กัญชายังคงเป็นยาเสพติตหรือห้ามนำเข้าจากประเทศอื่น

 

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 8 มิถุนายน 2565  แถลงข่าว 26 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

1531
  
3 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/3/20226/3/20236/24/2022 9:03 AM6/3/2022ข่าวแจก  1322565

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้จัดแถลงข่าว "ผักผลไม้ GMOs บุกไทย หน่วยงานรัฐใดต้องรับผิดชอบ หวั่นปนเปื้อนผลไม้พื้นถิ่น ผู้บริโภคเสี่ยง กระทบการส่งออกผลไม้" ซึ่งเรียกร้องให้ภาครัฐจัดการปัญหาลักลอบนำเข้า ผักผลไม้จีเอ็มโอ โดยเฉพาะสับปะรดสีชมพูนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เพิ่มมาตรการกำกับดูแลตามกฎหมาย โดยกำหนดให้อาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรมหรือ GMO เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย เว้นแต่ผ่านการประเมินความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กำหนด และแก้ไขให้อาหาร GMO ทุกชนิดต้องแสดงฉลากตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องอาหารจากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการแสดงฉลากครอบคลุมอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ขณะนี้ ประกาศฯ  ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว อยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับทางกฎหมายต่อไป

สับปะรด จัดเป็นอาหารทั่วไป ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 การนำเข้าซึ่งอาหาร
เพื่อจำหน่ายต้องมีใบอนุญาตนำเข้า และผ่านการตรวจสอบของด่านอาหารและยา แต่สับปะรดสีชมพู
เป็นสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 การนำเข้าจึงต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายดังกล่าว

อย. ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้าระวังการนำเข้าสับปะรดสีชมพูอย่าง เข้มงวด และจากการตรวจสอบของทั้ง 2 หน่วยงาน ไม่พบข้อมูลการนำเข้าสับปะรดสีชมพู แต่จากการที่
พบมีการจำหน่ายเชื่อว่าไม่ผ่านตามขั้นตอนของกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม
ทั้ง 2 หน่วยงานจะประสานกับกรมศุลกากรเพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าสับปะรดสีชมพูเข้ามาในประเทศต่อไป รองเลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด

.............................................................................

วันที่เผยแพร่ข่าว 3 มิถุนายน 2565  ข่าวแจก 132  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1530
  
2 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/2/20226/2/20236/17/2022 9:37 AM6/2/20221312565

     นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์สมุนไพรของวัดน้ำตก (คีรีวงก์) พบว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าว ได้รับการอนุญาตให้ผลิตตัวอย่างเฉพาะเพื่อใช้ในงานวิจัย และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับกับ อย.

     รองเลขาธิการกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร ด้วยการดูฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง ซึ่งฉลากผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะต้องมีฉลากภาษาไทย มีการแสดงชื่อผลิตภัณฑ์ สรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ ขนาดและวิธีการใช้ ชื่อผู้ผลิตและที่อยู่สถานที่ผลิต เลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ เป็นต้น ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.fda.moph.go.th หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะไม่ปลอดภัย ขอให้แจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  2  มิถุนายน 2565  ข่าวแจก  131  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1529
  
1  มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/1/20226/1/20236/11/2022 4:05 PM6/1/2022ข่าวแจก 1302565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า วันที่
1 มิถุนายน ของทุกปีตรงกับวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ และองค์กรให้ความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนมแก่ประชาชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอเชิญชวนคนไทยเลือกซื้อนมที่มีคุณภาพเพื่อความปลอดภัย โดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมที่แสดงเลขสารบบอาหาร
13 หลัก และมีข้อมูลบนฉลากครบถ้วน เช่น ชื่ออาหาร ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต ผู้แบ่งบรรจุ ปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบสำคัญ วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ รวมทั้งภาชนะบรรจุต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่รั่ว ไม่ซึม
ไม่บวม ไม่มีรอยฉีกขาด และควรเลี่ยงการซื้อนมจากร้านค้าที่มีการเก็บผลิตภัณฑ์นมเพื่อจำหน่ายแบบ
ไม่เหมาะสม 

นอกจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพแล้ว การเก็บรักษานมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของนม ปัจจุบันในท้องตลาดมีการจำหน่ายนมหลากหลายประเภท ซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาแตกต่างกัน ดังนี้

1. นมพาสเจอร์ไรส์ ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 8 °C ตลอดเวลา เก็บได้นานประมาณ
10 วันนับจากวันที่บรรจุ ในกรณีที่ดื่มไม่หมดต้องการเก็บไว้ดื่มอีก ควรเทแบ่ง และควรบริโภคให้หมดโดยเร็ว

2. นมยูเอชที ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติ ไม่ควรโดนแดดโดยตรง ไม่เก็บซ้อนหลายชั้นเกินไป
เก็บได้นานประมาณ 6 เดือน

3. นมเปรี้ยวพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ ถ้าเก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 8 °C จะเก็บได้นานถึง 21 วัน

4. นมเปรี้ยวพร้อมดื่มยูเอชที เก็บได้ประมาณ 8 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น

5. นมสเตอริไลส์ (กระป๋อง) เก็บได้นานประมาณ 12 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ไม่ควรให้
โดนแดดโดยตรง

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์นมที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือไม่มีเลขสารบบอาหาร สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทุกจังหวัด

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 1 มิถุนายน  2565  ข่าวแจก 130 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1528
  
1 มิถุนายน 2565ข่าว อย.nullYes6/1/20226/1/20236/10/2022 1:44 PM6/1/2022แถลงข่าว 252565

​วันนี้ (1 มิถุนายน 2565) นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีผลบังคับใช้ วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ซึ่งมีผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่เป็นยาเสพติดประเภท 5 ยกเว้นสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ประชาชนสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเพียงแต่จดแจ้งนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการจดแจ้งการปลูก กัญชา กัญชง ให้แก่ประชาชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
จึงได้จัดทำแอปพลิเคชัน "ปลูกกัญ" และเว็บไซต์ http://plookganja.fda.moph.go.th โดยแอปพลิเคชัน "ปลูกกัญ" สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android เพื่อออกใบรับจดแจ้งในวันที่ 9 มิถุนายน 2565  โดยจดแจ้งเพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ  คือ 1. ลงทะเบียน 2. จดแจ้งตามวัตถุประสงค์ 3. รับเอกสารจดแจ้งอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ทราบจำนวนและแหล่งที่ปลูกกัญชา และกัญชงทั่วประเทศ อีกทั้ง ยังเป็นแหล่งข้อมูลให้ผู้ประกอบการแสวงหาวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานออกสู่ตลาด เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย 

พร้อมกันนี้ อย. ได้อบรมเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรุงเทพมหานคร และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการจดแจ้งปลูกกัญชา กัญชง ผู้สนใจสามารถรับชมวีดีโอวิธีการจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชันหรือจดแจ้งผ่านเว็บไซต์ของ  อย. หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ call center โทร 1556 กด 3 รองเลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด

………………………………………………

วันที่เผยแพร่ข่าว  1  มิถุนายน 2565  แถลงข่าว  25 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565


1527
  
30 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/30/20225/30/20236/9/2022 10:38 AM5/30/2022ข่าวแจก 1292565

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2565) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และ นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมเปิดการประชุมการส่งเสริมการประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา กัญชง เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและความคาดหวังของผู้ประกอบการต่อการปรับปรุงกฎระเบียบ กระบวนการให้บริการ รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการประกอบการรองรับการปลดล็อกกัญชากัญชง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า  กระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนนโยบายกัญชา กัญชง จนสามารถปลดล็อกออกจากการควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและใช้เพื่อดูแลรักษาสุขภาพ และเพื่อให้นโยบายกัญชาสำเร็จตามเจตนารมณ์ การขับเคลื่อนในส่วนปลายน้ำนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการนำกัญชากัญชงไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยต่อยอดเพิ่มมูลค่าได้ผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น อาหาร ยา สมุนไพร เครื่องสำอาง ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในการประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชาและกัญชงในระยะแรก จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมในหลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ เสริมสร้างความร่วมมือของเครือข่ายการประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชาและกัญชงให้มีความเข้มแข็ง อันเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงกฎระเบียบ และจะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ พร้อมอำนวยความสะดวกในการขออนุญาต รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการทุกขนาดให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี ภายใต้ระเบียบหลักเกณฑ์ที่จะปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัย รวมทั้งให้ใช้กัญชา และกัญชง อย่างเข้าใจ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 30 พฤษภาคม 2565 / ข่าวแจก 129  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1526
  
28 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/28/20225/28/20236/8/2022 4:09 PM5/28/2022ข่าวแจก  1282565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีสำนักงานวิทยาศาสตร์สุขภาพสิงคโปร์ (HSA) เตือนประชาชนไม่ให้บริโภคผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีส่วนผสมของยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลังพบชายล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล หลังรับประทานกาแฟยี่ห้อ Prime Kopi Pejuang 3 in 1 ขายผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบทาดาลาฟิล (Tadalafil) ในระดับสูงเกินขนาดกว่าขนาดยาปกติมากกว่า 10 เท่า

ทาดาลาฟิล (Tadalafil) จัดเป็นยาในกลุ่มเดียวกับซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ออกฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด มีผลต่อผู้ป่วยโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เจ็บหน้าอก ความดันเลือดต่ำหรือสูง เป็นต้น การได้รับยาเกินขนาดทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่มีการขึ้นทะเบียนกับ อย. ในประเทศไทยแต่อย่างใด แต่พบมีการลักลอบนำมาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการสั่งระงับการจำหน่ายและการโฆษณาทันที ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอาหารที่ไม่ปลอดภัยแก่การบริโภค ผู้กระทำการฝ่าฝืน ผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 2 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอเตือนอย่าซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่อ้างสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศมารับประทานโดยเด็ดขาด ซึ่งการอวดอ้างดังกล่าว อย. ไม่เคยอนุญาต และเสี่ยง
ปนยาแผนปัจจุบันซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ทั้งนี้ อย. ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอมปนยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

สำหรับผู้บริโภคก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใด ควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ขอให้ร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย.โทร. 1556 หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 28 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 128 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1525
  
28 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/28/20225/28/20236/3/2022 6:35 PM5/28/2022ข่าวแจก 127

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานเปิดการอบรม "องค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาค" ในวันที่ 27 และ 31 พฤษภาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทบทวนความรู้และมาตรฐานการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ประมวลกฎหมาย
ยาเสพติด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ เพื่อให้สามารถอนุมัติ อนุญาต บริการผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และทบทวนการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 

การเพิ่มพูนความรู้และเสริมทักษะครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว ดั่งปณิธาน Smart อย. รวดเร็ว ปลอดภัย นำไทยสู่สากล

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 28 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 127 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1524
  
27 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/27/20225/27/20236/2/2022 9:28 AM5/27/2022ข่าวแจก 1262565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ภารกิจหนึ่งที่สำคัญของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คือ การกำกับดูแลและตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ซึ่ง อย. มุ่งดำเนินงานภายใต้นโยบาย 5S เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนการประกอบธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้เพิ่มความเร็วในการพิจารณาอนุญาต
เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ปรับลดขั้นตอนการให้บริการ เพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ตามแนวทาง SMART DAAN ช่วยให้สินค้าไม่เกิดปัญหาติดด่าน ซึ่งที่ผ่านมาด่านอาหาร
และยา อย. ได้พัฒนาการให้บริการยื่นคำขอพิจารณาอนุญาตอาหารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Submission)
ไปแล้ว 23 กระบวนงาน และปัจจุบันได้เปิดใช้งานเพิ่มอีก 10 กระบวนงาน ได้แก่ การขอนำเข้าอาหาร
เพื่อทดลองผลิต เป็นส่วนประกอบในการปรุงหรือเตรียมอาหารในร้านอาหาร โรงแรม หรือ ภัตตาคาร
เพื่อเป็นของขวัญแจกพนักงานหรือใช้ในการจัดประชุมของผู้นำเข้า เป็นต้น

โดยเปิดใช้งานระบบตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถศึกษาคู่มือการใช้งานระบบและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้ที่เว็บไซต์ https://mnfda.fda.moph.go.th/dis/other_foods_3/ และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2590 7358 หรือ 0 2590 7361

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. พร้อมที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และทันสมัย เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถนำเข้าได้อย่างราบรื่น บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 27 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 126 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1523
  
26 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/26/20225/26/20236/1/2022 1:47 PM5/26/2022ข่าวแจก 1252565

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการปลดล็อกกัญชา
กัญชง ซึ่งมีผลในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขานรับ
การปลดล็อกเพื่อให้กัญชาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างมีคุณภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังคงไว้
เพื่อความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันการนำส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัด CBD มาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย ต้องมีการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการใช้ประโยชน์จากเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง (ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการใช้ประโยชน์จากเปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน
รากและใบซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย และ (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการใช้ประโยชน์จากสารสกัดแคนนาบิไดออล โดยสามารถขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อรับเลขสารบบอาหาร และต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน เงื่อนไขชนิดอาหาร ปริมาณ THC/CBD และแสดงคำเตือนเป็นไปตามที่ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย ต้องดำเนินการยื่นขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารและเลขสารบบอาหาร โดยกรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้จากกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหากสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตามจังหวัดนั้น ๆ

รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สถานประกอบการอาหารที่ปรุงเพื่อจำหน่ายภายในร้านอาหาร หรือสถานที่อื่น
ในลักษณะทำนองเดียวกัน รวมถึงการบริการจัดส่งอาหารให้กับผู้ซื้อ ไม่ต้องขออนุญาตกับ อย. แต่สถานประกอบการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหารในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ. 2565 ดังนี้ (1) แสดงข้อแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร (2) แสดงคำเตือนรายการอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชงในภาชนะบรรจุ ได้แก่ "เด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรี
ให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน" "หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานทันที" "ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocanabionol ,THC) หรือสารแคนนาบิไดออล (Canabidiol, CBD) ควรระวัง
ในการรับประทาน" และ "อาจทำให้ง่วงซึมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล" สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตบรรจุในภาชนะบรรจุจากสถานประกอบอาหารที่ปรุงเพื่อจำหน่าย ขอความร่วมมือให้แสดงข้อความ " ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา/กัญชง" หรือ "สัญลักษณ์ที่สื่อถึงกัญชา/กัญชง"
หรือข้อความที่สื่อความหมายในทำนองเดียวกัน หรือมีการสื่อสารช่องทางแนะนำการบริโภคที่ถูกต้องตามประกาศฯของกรมอนามัยบนภาชนะบรรจุอาหาร

*******************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 26 พฤษภาคม 2565 ข่าวแจก 125 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

 

1522
  
20 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/20/20225/20/20236/1/2022 10:50 AM5/20/2022ข่าวแจก 1242565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานศึกษาเปิดภาคเรียนแบบเต็มรูปแบบ อย. ขอแนะผู้ปกครองย้ำเตือนบุตรหลานของท่านปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข 2U โดย U แรก Universal Prevention ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และ
งดรับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อมีการสัมผัสจุดสัมผัสสาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ส้วม โต๊ะเรียน เหรียญ/ธนบัตร ฯลฯ ให้ล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้ สเปรย์/เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ กลับถึงบ้านอาบน้ำ สระผมทันที สำหรับ U ที่สอง Universal Vaccination ทุกกลุ่มอายุต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น เพื่อป้องกันอาการป่วยหนักและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19

สำหรับการเลือกซื้อสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีคุณภาพมาตรฐานทำได้ ดังนี้

1. ตรวจสอบฉลาก ต้องมี เลขที่ใบรับจดแจ้ง ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อทางการค้า ประเภทหรือชนิดของผลิตภัณฑ์ ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ คำเตือน

2. ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท

3. ตรวจสอบเลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ "ตรวจสอบผลิตภัณฑ์"

ทั้งนี้ การใช้สเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ ควรถูให้ทั่วมือ ไม่น้อยกว่า 20 วินาที ห้ามใช้ใกล้เปลวไฟ หรือบริเวณที่มีประกายไฟโดยเด็ดขาด  ห้ามเก็บที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส หากใช้ในเด็กเล็ก ควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด และเก็บให้พ้นมือเด็กเล็ก และหากเกิดการระคายเคืองหรือผิดปกติ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 20 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 124 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1521
  
19 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/19/20225/19/20235/30/2022 4:06 PM5/19/2023ข่าวแจก 1232565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาติดต่อขออนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยใน
ส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถบันทึกคำขอผ่านระบบออนไลน์ได้เองตลอด
24 ชั่วโมง ชำระค่าธรรมเนียมผ่านแอพพลิเคชั่น ตรวจสอบติดตามสถานะของคำขอและพิมพ์ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางได้เองโดยไม่จำกัดจำนวน สำหรับเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย เส้นผมและหนังศีรษะแบบล้างออก ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์น้ำหอม เป็นต้น ใช้ระบบรับจดแจ้งอัตโนมัติ (Auto- permission) โดยสามารถยื่นคำขอและทราบผลได้ทันที โดยระบบจะประเมินผลให้โดยอัตโนมัติ เป็นการลดขั้นตอนการดำเนินงาน
ส่วนเครื่องสำอางความเสี่ยงสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด SPF50+ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใน ampoule หรือ vial เป็นต้น สามารถยื่นคำขอ
ผ่านระบบ e-submission ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ เช่น สูตรส่วนประกอบ ภาพลักษณะ
บรรจุภัณฑ์กรณีที่ผลิตภัณฑ์บรรจุใน ampoule หรือ vial เอกสารหลักฐานผลการทดสอบความสามารถ
ในการป้องกันแสงแดด เป็นต้น และสามารถทราบผลภายใน 3 วันทำการ เพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ลดการติดต่อสื่อสารโดยตรงภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สอดรับ
กับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดแจ้งแล้วนั้นจะผ่านการตรวจสอบในเบื้องต้นว่ารายการสารและปริมาณเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และมีการเฝ้าระวังหลังออกสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับ
ความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวว่า ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ได้รับอนุญาตผ่านเว็บไซต์ของ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือผ่าน Line@FDA Thai Facebook: FDAThai สำหรับผู้บริโภคที่พบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าผิดกฎหมายสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 19 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 123 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1520
  
19 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/19/20225/19/20235/28/2022 9:51 PM5/19/20221222565

     นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ซึ่งจะมีผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติดประเภท 5 ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2 % ยังเป็นยาเสพติด ในเรื่องการปลูกนั้น ผู้ที่ต้องการปลูกสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น "ปลูกกัญ" ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมจะนำมาใช้ในการจดแจ้งการปลูกกัญชาเพื่อดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป รวมทั้งการขออนุญาตปลูกในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้พืชสมุนไพรที่เหมาะสม ทั้งนี้ การนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชา กัญชง  ส่วนอื่น ๆ ของพืช เช่น ช่อดอก ใบ กิ่ง ก้าน ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด แต่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518  และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 หากเป็นสารสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด

     รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง รวมทั้งกรณีนำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัว ซึ่งหมายถึงการนำติดตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และการส่งทางพัสดุ/ไปรษณีย์ระหว่างประเทศนั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์นั้น เช่น ในกรณีของผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องสำอางจะห้ามนำเข้า ส่วนกรณีของผลิตภัณฑ์สมุนไพรนั้น อยู่ระหว่างการจัดทำกฎระเบียบเพื่อห้ามนำเข้าและกรณียกเว้น ทั้งนี้ อย. มีนโยบายในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตและใช้วัตถุดิบที่มาจากการปลูกในประเทศ ขณะนี้มีกฎระเบียบที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อสนับสนุนให้มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จำนวน 7 ฉบับ ซึ่ง อย. จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะต่อไป  

     หากมีข้อสงสัยเรื่องการปลูกให้สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2590 7767 , 0 2590 7793 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ รองเลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด

 

วันที่เผยแพร่ข่าว   19  พฤษภาคม 2565     ข่าวแจก 122  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1519
  
17 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/17/20225/17/20235/28/2022 11:09 AM5/17/2022ข่าวแจก 1212565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิเข้าตรวจค้นอาศรมพระบิดา นายทวี หนันรา หรือโจเชฟ ที่อำเภอ
คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ พบมีการผลิตและแบ่งบรรจุผลิตภัณฑ์ขนมและอาหารแห้งจำนวนมากนั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบไม่มีการขออนุญาตสถานที่ผลิตให้ถูกต้อง สถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งยังมีการผลิตผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ลักษณะบรรจุใส่ตลับสีแดงอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจหาสิ่งปนเปื้อน หรือเชื้อโรคต่าง ๆ คาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สถานที่ผลิตปลาร้าบองต้องได้รับอนุญาตจาก อย. และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ต้องขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่ออาหาร ส่วนประกอบสำคัญเป็นร้อยละของน้ำหนัก เลขสารบบอาหารภายใต้เครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ น้ำหนักสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิต
และหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน ข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่อาศรม ยังพบอาหารแห้งที่แบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติกจำนวนมาก
แขวนและวางเรียงรายในพื้นที่โดยไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ปลาหวาน ปลาหมึกแห้ง ปลากรอบ ถั่วลิสงทอด
ถั่วลันเตาทอด ข้าวเกรียบ เป็นต้น จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่แบ่งบรรจุเหล่านี้มารับประทาน เพราะอาจมาจากสถานที่แห่งนี้ที่มีการแบ่งบรรจุอาหารอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิได้ตรวจสอบการจำหน่ายอาหารในร้านค้าชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ และร้านค้าในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ รวม 13 แห่ง ไม่พบว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งไปยังสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในจังหวัด ให้ตรวจสอบร้านค้าหรือร้านชำในหมู่บ้านว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดโดยเร็ว ฝากถึงผู้บริโภคในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารขอให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก และมีเลข อย.
โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบว่าเป็นเลข อย. ที่ถูกต้องหรือไม่ได้ทาง เว็ปไซต์ของ อย.www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือผ่าน Line@FDA Thai Facebook: FDAThai

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 14 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 120  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565


1518
  
14 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/14/20225/14/20235/27/2022 3:37 PM5/14/2022ข่าวแจก 1202565

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิเข้าตรวจค้นอาศรมพระบิดา นายทวี หนันรา หรือโจเชฟ ที่อำเภอ
คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ พบมีการผลิตและแบ่งบรรจุผลิตภัณฑ์ขนมและอาหารแห้งจำนวนมากนั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบไม่มีการขออนุญาตสถานที่ผลิตให้ถูกต้อง สถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งยังมีการผลิตผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ลักษณะบรรจุใส่ตลับสีแดงอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจหาสิ่งปนเปื้อน หรือเชื้อโรคต่าง ๆ คาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สถานที่ผลิตปลาร้าบองต้องได้รับอนุญาตจาก อย. และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปลาร้าบอง ต้องขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่ออาหาร ส่วนประกอบสำคัญเป็นร้อยละของน้ำหนัก เลขสารบบอาหารภายใต้เครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ น้ำหนักสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิต และหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน ข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่อาศรม ยังพบอาหารแห้งที่แบ่งบรรจุใส่ถุงพลาสติกจำนวนมาก แขวนและวางเรียงรายในพื้นที่โดยไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ปลาหวาน ปลาหมึกแห้ง ปลากรอบ ถั่วลิสงทอด ถั่วลันเตาทอด ข้าวเกรียบ เป็นต้น จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่แบ่งบรรจุเหล่านี้มารับประทาน เพราะอาจมาจากสถานที่แห่งนี้ที่มีการแบ่งบรรจุอาหารอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิได้ตรวจสอบการจำหน่ายอาหารในร้านค้าชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ และร้านค้าในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ รวม 13 แห่ง ไม่พบว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งไปยังสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในจังหวัด ให้ตรวจสอบร้านค้าหรือร้านชำในหมู่บ้านว่ามีการจำหน่ายอาหารจากลัทธิดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดโดยเร็ว ฝากถึงผู้บริโภค
ในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารขอให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก และมีเลข อย. โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบว่าเป็นเลข อย. ที่ถูกต้องหรือไม่ได้ทาง เว็ปไซต์ของ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือผ่าน Line@FDA Thai Facebook: FDAThai

******************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 14 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก 120  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1517
  
12 พฤษภาคม 2565บทแถลงข่าวnullYes5/12/20225/12/20235/26/2022 2:57 PM5/12/2022แถลงข่าว 242565

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พร้อมด้วย นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมเปิดงาน "บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร" ภายใต้แนวคิด "เข้าถึงถ้วนหน้า ต่อยอด ภูมิปัญญา พึ่งพาตนเอง"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นให้คนไทยเข้าถึงยาจำเป็นด้านสาธารณสุข ไม่เพียงแต่ยาแผนปัจจุบันเท่านั้น ยังผลักดันให้มีการใช้ยาสมุนไพรตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสาธารณสุข เพื่อความมั่นคงทางยาและสนับสนุนการพึ่งพาตนเอง โดยกำหนดให้มีรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรครอบคลุมยาจำเป็นที่ต้องใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีรายการยาจากสมุนไพรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ จำนวน 94 รายการ รวมไปถึงยาจากกัญชา 8 รายการ ประกอบด้วย ตำรับยาแผนไทย 3 รายการ คือ ยาแก้ลม
แก้เส้น ยาศุขไสยาศน์ และยาทำลายพระสุเมรุ และ ยาน้ำมันกัญชา 5 รายการ เช่น ยาน้ำมันกัญชาที่มี
CBD : THC (1:1) ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวด และยาน้ำมันกัญชาที่มี CBD : THC (20:1) ในผู้ป่วยลมชักรักษายาก เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยที่เข้าถึงยาได้ นอกจากนั้น ยังมียาฟ้าทะลายโจร สำหรับผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์โควิด ส่งผลให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนให้ระบบบริการสุขภาพหันมาใช้ประโยชน์จากยาสมุนไพรนั้น นอกจากช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงยาทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย ประชาชน และชุมชน ในการใช้ยาจากสมุนไพรดูแลสุขภาพ อันเป็นการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาวิถีชีวิตพอเพียงโดยใช้ภูมิปัญญาไทย และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรของชุมชน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาจากสมุนไพรไทย สร้างการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวต่อไปว่า ในปี 2565 นี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรจะเร่งดำเนินการพิจารณาคัดเลือกยาจากสมุนไพรที่มีสรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ที่ชัดเจน มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรที่สามารถผลิตหรือปลูกได้ในประเทศเป็นหลัก และมีหลักประกันคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาจากสมุนไพรได้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสาธารณสุขอย่างสืบเนื่องต่อไป

************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  12  พฤษภาคม  2565 / แถลงข่าว  24  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1516
  
11 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/11/20225/11/20235/20/2022 11:19 AM5/11/2022ข่าวแจก 1192565

 วันนี้ (11 พฤษภาคม 2565) นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ให้ทำหน้าที่ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ แทน โดยได้เปิดเผยภายหลังการประชุม
ว่าคณะกรรมการเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 7 คณะ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบยาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเห็นชอบให้ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นกว่า 20 รายการ
เช่น ปรับปรุงเกณฑ์อนุมัติสั่งใช้ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (ยารับประทานสูตรผสม Sofosbuvir+ Velpatasvir) เพิ่มรายการยาระงับปวดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต COVID-19 และผู้สูงอายุ (ยาฉีด Dexmedtomidine) เป็นต้น และยังเห็นชอบให้ประกาศกำหนดราคากลางยา จำนวน 155 รายการ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2565 รัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 740 ล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังขับเคลื่อนประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU country) โดยส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลผ่านสถานพยาบาลเอกชน ส่งผลให้ประชาชนที่มารับบริการในคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนจะได้รับข้อมูลการใช้ยาอย่างถูกต้อง เหมาะสม

การขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ ในปีงบประมาณ 2565 อย.ยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนากลไกเพื่อการเข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรยา โดยการจัดอบรมหลักสูตรให้กับผู้ประกอบการด้านยาในการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรยา เพื่อให้มีการผลิตยาสามัญทดแทนยาต้นแบบได้รวดเร็วขึ้น

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การพัฒนาระบบยาจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการ 7 คณะ ยังต้องอาศัยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเร่งผลักดันขับเคลื่อนมาตรการสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาจำเป็น ใช้ยาสมเหตุผล และประเทศมีความมั่นคงด้านยาอย่างยั่งยืน

***************************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  11 พฤษภาคม  2565  ข่าวแจก  119  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

1515
  
11 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/11/20225/11/20235/19/2022 1:38 PM5/11/20221182565

     นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนมักนิยมไปไหว้พระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอแนะนำชาวพุทธ    ในการจัดชุดถวายสังฆทาน โดยคำนึงถึง 5 เคล็ดลับ "4 ควร 1 ไม่" เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีของภิกษุสงฆ์ ดังนี้

4 ควร

     1. สิ่งของที่จะนำไปจัดชุดถวายสังฆทานควรเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อพระภิกษุ เช่น อาหาร ยาสามัญประจำบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน และผงซักฟอก แต่ระวังอย่านำผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา ใส่ปะปนกับผลิตภัณฑ์อื่น เพราะผลิตภัณฑ์อาหารหรือผลิตภัณฑ์ยา อาจปนเปื้อนสารเคมีหรือดูดซับกลิ่น ไม่เหมาะสำหรับรับประทาน หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพระภิกษุได้

     2. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. โดยผลิตภัณฑ์อาหารควรแสดงเลขสารบบอาหารบนฉลาก รวมทั้งบรรจุในภาชนะที่สะอาด และสามารถป้องกันการปนเปื้อนได้

     3. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกิดจากการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม เกินความเหมาะสม

     4. ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดงฉลากถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น ส่วนประกอบ ผู้ผลิต/นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ วิธีการเก็บรักษา วิธีการบริโภค ข้อมูลโภชนาการ และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

1 ไม่

     5. ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์หมดอายุ หรือใกล้หมดอายุมาจัดชุดสังฆทาน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อพระภิกษุ หรือพระภิกษุอาจบริโภคไม่ทัน เช่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน กรณีอาหารกระป๋อง ควรดูลักษณะกระป๋อง ต้องไม่บุบบี้ หรือโป่งพอง หรือมีรอยรั่ว และไม่เป็นสนิม

     รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า หากพบเห็นร้านจำหน่ายใดที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารหรือยาหมดอายุหรือใกล้หมดอายุในชุดสังฆทาน เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อพระภิกษุ ขอได้โปรดแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  11  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 118   / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1514
  
9 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/9/20225/9/20235/19/2022 9:51 AM5/9/2022ข่าวแจก 1172565

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร รวมทั้งไม่ขออนุญาตโฆษณา และผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ

 

ข้อแนะนำ

ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวัง อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับมาใช้ เพราะไม่รู้ว่าผลิตจากสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน มีสุขลักษณะหรือไม่ ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยหรือไม่  ผู้ที่มีอาการป่วยควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก อย. ที่ www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องมีเลขทะเบียนตำรับสมุนไพร ขึ้นต้นด้วยอักษร "G"      หากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 Line : @FDAThai Facebook : FDAThai หรือแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

 

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 9  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 117  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1513
  
9 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/9/20225/9/20235/17/2022 10:44 AM5/9/20221162565

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย โดยเมื่อนำเลขสารบบอาหารที่แสดงบนฉลาก ไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อย. ไม่พบข้อมูลการอนุญาต  แต่เมื่อนำชื่อผลิตภัณฑ์ไปค้นหา พบเลขสารบบอาหารอีกเลขหนึ่ง ซึ่งผู้ผลิตแจ้งว่ายังไม่เคยทำการผลิต ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารปลอม จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อมาบริโภค

 

ข้อแนะนำ

     ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ทราบว่าผลิตจากที่ใด หากนำไปบริโภคอาจเกิดอันตรายได้ เพราะไม่ทราบว่าผลิตจากสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยหรือไม่ อย่าเสี่ยงเสียเวลา และค่าใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

***********************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว  9  พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก  116  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1512
  
5 พฤษภาคม 2565ข่าว อย.nullYes5/5/20225/5/20235/14/2022 12:48 PM5/5/2022ข่าวแจก 1152565

เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีภารกิจหลักในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดย อย. ได้มอบอำนาจให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวในส่วนภูมิภาค และมีการกระจายอำนาจบางส่วนให้กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้  เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเข้มแข็ง รวดเร็วยิ่งขึ้น วันนี้ (5 พฤษภาคม 2565) อย. จึงได้จัดประชุมเครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ณ ริเวอร์ไรน์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเด้นท์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม

ในการประชุมมีการนำเสนอผลงานเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น การขับเคลื่อนการใช้กัญชาทางการแพทย์ การพัฒนากัญชา กัญชง เพื่อเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การอำนวย
ความสะดวกในการอนุมัติ อนุญาต แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชง เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมเศรษฐกิจ สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล การจัดการปัญหาไส้กรอกผิดกฎหมาย การจัดการเครื่องสำอางปลอม การจัดการยาน้ำผสมสเตียรอยด์ ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่
ทั่วประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

วันที่เผยแพร่ข่าว  5 พฤษภาคม 2565  ข่าวแจก 115  / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

 

 

1511
  
5 พฤษภาคม 2565บทแถลงข่าวnullYes5/5/20225/5/20235/12/2022 4:57 PM5/5/2022แถลงข่าว 232565

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ร่วมกันกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นศาลจังหวัดพล เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตและเก็บอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 จุด ผู้ต้องหา 4 คน โดยพบของกลางเป็นน้ำสมุนไพร กว่า 26,000 ขวด, ยาเม็ด
ในกลุ่ม สเตียรอยด์ จำนวนกว่า 2,092,000 เม็ด, ยาเม็ดแก้ปวดไม่มีทะเบียน จำนวนกว่า 2,224,000 เม็ด ยาเม็ดแก้แพ้ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตจำนวนมากส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี เบื้องต้นเป็นความผิดฐาน 1. ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม, 2. ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารโดยสถานที่ผลิตอาหารไม่ผ่านหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร, 3. ร่วมกันผลิตเพื่อขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม และ
4. ร่วมกันผลิตเพื่อขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพรตรวจยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปรากฏพบกรดเบนโซอิก(วัตถุกันเสีย) มีปริมาณเกินกฎหมายกำหนด และหากพบสารต้องห้ามจะเข้าข่ายความผิดฐาน"ผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

กรณีผลิตภัณฑ์ "ยากษัยเส้น ตราปู่แดง" ผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์ ผลการตรวจเอกลักษณ์ยืนยันพบตัวยา 4 ชนิด ได้แก่ เดกซาเมทาโซน, เพรดนิโซโลน,
ไพร็อกซิแคม และ คลอร์เฟนิรามีน เข้าข่ายความผิดฐาน ผลิต ขาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม ตาม พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และ ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีตรวจพบยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยาและมีทะเบียนตำรับยา ผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจเอกลักษณ์ยืนยันพบเป็นตัวยา ไพร็อกซิแคม และ
คลอร์เฟนิรามีน เข้าข่ายความผิดฐาน พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ ขายซึ่งยาไม่มีทะเบียนตำรับยา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาของยาสเตียรอยด์จนกระทั่งทราบตัวผู้จำหน่ายยาสเตียรอยด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลในการตรวจค้นเพื่อตรวจยึดพยานหลักฐาน, ตรวจค้นผู้ผลิตน้ำสมุนไพรผสมสเตียรอยด์อื่นๆในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  และโรงงานผลิตน้ำสมุนไพร 2 แห่ง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพลและศาลแขวงระยอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  เข้าตรวจค้นพื้นที่จังหวัด ขอนแก่น และจังหวัดระยอง จำนวน 6 จุดรายละเอียด ดังนี้

1. บ้านชั้นเดียว หมู่ 3 ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น พบ น.ส.อุบลรัตน์ (สงวนนามสกุล) ตรวจยึดพยานหลักฐานความเชื่อมโยงทางการเงินยืนยันการเป็นผู้จำหน่ายยาสเตียรอยด์ ให้กับกลุ่มผู้ค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ในพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 27 รายการ

2. บ้านสองชั้น หมู่ 3 ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น พบนายเดชา(สงวนนามสกุล) ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรยี่ห้อ ธิดาเทพ และดีเฮิร์บ จำนวนหนึ่ง พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่มผสมสมุนไพร จำนวน 9 รายการ

3. บ้านชั้นเดียว หมู่ 13 ต.ใหม่นาเพียง จ.ขอนแก่น พบ นายจำเนียร(สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นสามีของนางอุบลรัตน์ฯ ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรบรรจุขวดไม่ติดฉลาก และพบฉลากเครื่องดื่มสมุนไพร ยี่ห้อ ปลาธิดา และยี่ห้อ งามดี พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ จำนวน 27 รายการ

4. โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรโรงงานที่ 1 หมู่ 8 ต.บ้านแท่น อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับผู้ขายเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ และตรวจยึดผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบคุณภาพ รวมจำนวน 22 รายการ

5. โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรโรงงานที่ 2 หมู่ 8 ต.บ้านแท่น อ.ชนบท จ.ขอนแก่น พบความเชื่อมโยงผู้ค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ และตรวจยึดผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบคุณภาพ รวมจำนวน 10 รายการ

6. บ้านสองชั้น หมู่ 4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง (บ้านของภรรยาของนายเดชาฯ) ตรวจยึดเครื่องดื่มสมุนไพรยี่ห้อธิดาเทพ และเดย์เฮิร์บ จำนวนมาก พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องในการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ จำนวน 15 รายการ

  โดยทั้ง 6 จุด พบของกลางน้ำสมุนไพรบรรจุขวด จำนวน 2,600 ขวด, อุปกรณ์การผลิต และพยานหลักฐานอื่นๆ ในคดี โดย น.ส.อุบลรัตน์ฯ รับว่าตนเองเป็นผู้ขายยาสเตียรอยด์ให้กับกลุ่มผู้ผลิตและค้าเครื่องดื่มสมุนไพรผสมยาสเตียรอยด์ในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงหลายราย โดยได้ไปซื้อยาสเตียรอยด์ จากร้านขายยาแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวนมากมาแบ่งขาย ส่วน นายเดชาฯ ประกอบอาชีพเป็นครู อัตราจ้าง รับว่า เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ธิดาเทพ และ เดย์เฮิร์บ โดยได้สั่งผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรจากโรงงานและนำมาผสมยาสเตียรอยด์ก่อนนำไปจำหน่าย ซึ่งของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดส่วนหนึ่งมีการผสมยา
สเตียรอยด์ที่ซื้อมาจาก น.ส.อุบลรัตน์ฯ เข้าไปแล้ว ซึ่งหากนางอุบลรัตน์ไม่มีขายก็จะไปซื้อจากร้านขายยาใน 
อ.พล จ.ขอนแก่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

 

 

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

             1. พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐาน "ผลิตและจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ เป็นอาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ด้วย" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

             2. พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐาน "ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ "ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                 ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. และ บก.ปคบ. อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนหาต้นน้ำของการจำหน่ายยาสเตียรอยด์นอกระบบ และจะดำเนินการปราบปรามให้หมดสิ้น ระหว่างนี้ฝากความห่วงใยมายังกลุ่มผู้สูงอายุ เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานในต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของขบวนการจำหน่ายน้ำผลไม้/น้ำสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ อาการปวดเมื่อยจากการทำงานเป็นเรื่องปกติ แนะนำให้อบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้งก่อนทำงานหนัก จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพื่อการได้รับยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย การได้รับยาสเตียรอยด์ในปริมาณมากและต่อเนื่องเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของโรคมากมาย เช่น แผลในกระเพาะอาหาร กระดูกพรุน บวมน้ำ และอาจเสียชีวิตเนื่องจากไตวาย อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ แจ้ง อย.
ให้ช่วยเหลือ ชี้เบาะแสเสือ โทรสายด่วน อย. 1556

พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. กล่าวในตอนท้ายว่า ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วม อย. ขยายผลทลายขบวนการผลิตยาน้ำสมุนไพรเถื่อน ผสมสเตียรอยด์ และผู้ขายยาสเตียรอยด์เถื่อนในเฟส 3 ต่อไป และจะดำเนินการให้ถึงต้นน้ำ ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรและยามารับประทานเพื่อรักษาโรค ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขอเตือนผู้ที่ลักลอบผลิต และขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอมหรือที่ไม่ได้รับอนุญาต
ให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะท่านกำลังทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย เกิดผลกระทบกับร่างกายและเสียโอกาสได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 5 พฤษภาคม 2565 แถลงข่าว 23 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

"การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน"

1 - 30Next