กรุงเทพฯ, 5 ตุลาคม 2569 – สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026” หรือ “ThaiFDA WELLNEXT 2026” ภายใต้แนวคิด “From Thai Innovation to Global Trust” เปิดพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ มาตรฐาน และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทย โดยมี เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ และนายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน โดยงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กระแสสุขภาพของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้นกับการป้องกันก่อนเจ็บป่วย การมีสุขภาพดี และการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการด้านเวลเนส (Wellness) และ การมีอายุยืน (Longevity) มีบทบาทต่อทั้งสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านองค์ความรู้ ทรัพยากร ภูมิปัญญา นักวิจัย ผู้ประกอบการ และระบบบริการสุขภาพ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมที่มีศักยภาพในตลาดโลก
เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในวันนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการกำกับดูแลให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพมีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย แต่ต้องทำให้ระบบกำกับดูแลเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม ช่วยให้ผู้วิจัยและผู้ประกอบการมองเห็นเส้นทางตั้งแต่แนวคิด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขออนุญาต ไปจนถึงการเข้าสู่ตลาดได้ชัดเจนขึ้น โดยยังคงความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ
ThaiFDA WELLNEXT 2026 จึงเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วให้ทำงานร่วมกัน ทั้งองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม ผู้ประกอบการ เงินทุน ตลาด และระบบกำกับดูแล เพื่อให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพไม่หยุดอยู่เพียงแนวคิด แต่สามารถพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนได้ใช้ ผู้ประกอบการเติบโตได้ และได้รับความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและในระดับสากล ซึ่งเป็นความหมายของ From Thai Innovation to Global Trust
ภายในงานแถลงข่าว ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ กล่าวถึงทิศทางสุขภาพโลกว่า ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม หรือเวลเนส (Wellness) ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเสนอแนวคิด “สุขสถาพร” และ “Golden Zone” ที่มองการมีชีวิตที่ดีผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การมีอายุยืน (Longevity) การมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ (Healthiness) และการมีความสุข (Happiness)
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเวลเนส (Wellness) จำเป็นต้องดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่นโยบาย ชุมชน พฤติกรรมของประชาชน ไปจนถึงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน โดยเฉพาะการทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง รวมถึงเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สุขภาพกับภาคบริการ เพื่อสร้างมาตรฐาน ความเชื่อมั่น และมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมเวลเนส (Wellness) ของไทยในตลาดโลก
ด้านนายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จุดที่แตกต่างของ ThaiFDA WELLNEXT 2026 กับงานแสดงผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไปคือ งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานประชุมวิชาการ หรืองานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แต่ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มในโลกจริง” ที่นำคนจากหลายส่วนของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์สุขภาพมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้ซื้อ ตลอดจนพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดทั้งการเรียนรู้ การทดลอง การให้คำปรึกษา การพัฒนานวัตกรรม การจับคู่ธุรกิจ และการต่อยอดสู่ตลาดจริง
“คนที่มางานนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อฟังหรือมาดู แต่สามารถมาทดลอง มาเรียนรู้ มาขอคำปรึกษา มานำเสนอแนวคิด มาพบนักลงทุน ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจได้ในงานเดียว เราต้องการให้นักเรียน นักศึกษา และคนที่มไอเดีย ได้เห็นเส้นทางต่อ ให้งานวิจัยได้พบผู้ประกอบการ ให้ผู้ประกอบการได้พบผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และตลาด ขณะที่ประชาชนก็ได้เห็นและสัมผัสผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสุขภาพแห่งอนาคต” นายแพทย์พิเชษฐ ฯ กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับกิจกรรมภายใน ThaiFDA WELLNEXT 2026 แบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ โดย
ส่วนแรก เป็นพื้นที่กิจกรรมและเวทีองค์ความรู้ ครอบคลุม 4 โซนหลัก
โซนที่ 1 นิทรรศการ “From Thai Innovation to Global Trust” ถ่ายทอดทิศทางสุขภาพแห่งอนาคต และเส้นทางการพัฒนานวัตกรรมไทยตั้งแต่แนวคิดและงานวิจัย ไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้มาตรฐาน พร้อมสะท้อนบทบาทของ อย. ในการกำกับดูแล ส่งเสริม และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โซนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ผ่านจากประสบการณ์จริงและกิจกรรมเวิร์กชอป (Workshop) รวมถึง เวทีย่อย (Mini Stage) ที่นำเสนอแนวโน้มและเรื่องใกล้ตัวด้านสุขภาพ เวลเนส และการมีอายุยืน พร้อมคลินิกให้คำปรึกษา (FDA Consultation Clinic) เปิดให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย เข้ารับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญของ อย. และหน่วยงานพันธมิตร
ภายในโซนเดียวกันยังมีการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมผู้ประกอบการกับกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) นักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้จัดจำหน่าย ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัว เพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุน การขยายตลาด และความร่วมมือทางธุรกิจ
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ WELLNEXT Pitching Challenge เวทีประกวดสำหรับนักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการนำเสนอผลงานเพื่อชิงเงินรางวัล ผ่าน 2 เวที ได้แก่ “WELLNEXT Market Pitching: Build the Next Health Product Business” – ต่อยอดผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ธุรกิจแห่งอนาคต และ “WELLNEXT Future Pitching: Imagine the Next Health Product” – ออกแบบอนาคตผ่านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โซนที่ 3 International Symposium – Knowledge & Thought Leadership เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การนำไปประยุกต์ใช้จริง
โซนที่ 4 เวทีกลาง “WELLNEXT Stage” เวทีหลักสำหรับสื่อสารทิศทางสุขภาพ นโยบาย แนวโน้ม และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรม ปาฐกถาพิเศษ (Keynote), การบรรยายพิเศษ (Special Talk) และ การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิด (Panel Discussion) รวมถึงการนำเสนอและสาธิตนวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา
ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่บูธแสดงศักยภาพและเจรจาธุรกิจ รวบรวมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี บริการ และนวัตกรรมด้านสุขภาพ (Health), เวลเนส (Wellness) และ การมีอายุยืน (Longevity) จากผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปิดพื้นที่แสดงศักยภาพของนวัตกรรมไทย ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจ
เลขาธิการฯ อย. กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน ตลอดจนผู้ที่สนใจเรื่องสุขภาพและนวัตกรรม มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ เรียนรู้ ทดลอง พบผู้เชี่ยวชาญ และค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ไปด้วยกันในงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 เพราะอนาคตของสุขภาพไม่ได้เป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการเชื่อมพลังของทุกภาคส่วน”
พบกันในงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เพื่อร่วมเชื่อม องค์ความรู้–นวัตกรรม–มาตรฐาน–ตลาด–การลงทุน และผลักดันนวัตกรรมสุขภาพไทยจากศักยภาพในประเทศสู่ความเชื่อมั่นในระดับโลก
********************************************
วันที่เผยแพร่ข่าว 5 ตุลาคม 2569 / แถลงข่าว 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570