ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายโกดังผ้าอนามัยไม่มีเลขจดแจ้ง 6 ยี่ห้อ ยึดและอายัดของกลาง รวมกว่า 1.2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
18 กุมภาพันธ์. 2569

{"th":"

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง <\/span>(CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย<\/span> ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต<\/span>.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.<\/span>, พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ<\/span>, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว<\/span>, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.<\/span>, พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา<\/span><\/a>, <\/span><\/span>ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร โดย นพ.ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโกดังจัดเก็บผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ผ้าอนามัย) ไม่มีเลขจดแจ้ง ตรวจยึดของกลาง 13 รายการ จำนวน 1<\/span>,289<\/span>,333 ชิ้น มูลค่ากว่า 2<\/span>0 ล้านบาท<\/span><\/p>

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา  <\/span>บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา <\/span><\/p>

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ<\/span> 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.<\/span>4 บก.ปคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ผ้าอนามัย) ที่ไม่มีเลขจดแจ้งและแสดงฉลากไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ <\/span><\/p>

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.<\/span>4 บก.ปคบ. ได้สืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าว่า มีสินค้าที่ผิดกฎหมายมาเก็บไว้ในโกดังในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย.<\/span> ตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 2 แห่ง ดังนี้<\/span><\/p>

1. สถานที่จัดเก็บสินค้า ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยในวันที่
8 มกราคม 2569<\/span> เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลแขวงธนบุรีเข้าตรวจค้น พบ น.ส.อริยา<\/span> (สงวนนามสกุล) อายุ 32<\/span> ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง<\/span> ได้แก่<\/span><\/p>

<\/a>ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ <\/span>Paileesha ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 15 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ <\/span>Meniaoes ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 16 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง สำหรับกลางคืน ยี่ห้อ <\/span>MeMeeie ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 16 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ<\/span> MeMeeie ไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน <\/span>68 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ <\/span>HUSHUMEI ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 702 ห่อ<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ <\/span>MIIOW ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 367 ห่อ<\/span><\/p>

สติกเกอร์ฉลากภาษาไทย สำหรับติดผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัย จำนวน 9 ม้วน<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อ <\/span>Praw Sa-at ขนาด 2<\/span>,000 มล. จำนวน 72 ขวด<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อ <\/span>Praw Sa-at ขนาด 5<\/span>,000 มล. จำนวน 500 ขวด<\/span><\/p>

รวมตรวจยึดของกลาง จำนวน <\/span>9 รายการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน <\/span>6 รายการ<\/span> และวัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวมทั้งสิ้น 1<\/span>,7<\/span>65 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า <\/span>200,000 บาท <\/span><\/p>

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด โดย น.ส.อริยาฯ กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว มีหน้าที่
คอยรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมาจัดเก็บไว้ที่โกดังดังกล่าว แล้วแพ็คส่งตามออเดอร์ที่แอดมินชาวจีนส่งมาให้ในแต่ละวัน ซึ่ง น.ส.อริยาฯ ดำเนินกิจการต่าง ๆ แทนเจ้าของชาวจีน เนื่องจากตนเองมีความชำนาญด้านการแปลภาษาจีน มียอดขายวันละ 5<\/span>,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 8<\/span> เดือน<\/span><\/p>

\<\/span>2. สถานที่จัดเก็บและไลฟ์สด ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร
จ.สมุทรสาคร<\/span> โดยในวันที่ 16 มกราคม 2569<\/span>  <\/span>เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พบนายฑิตาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25<\/span> ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดของกลาง<\/span> ได้แก่<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกางเกง ยี่ห้อ <\/span>Lyn Mie แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 505<\/span>,120 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกระชับ ยี่ห้อ <\/span>Lyn Mie ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 644<\/span>,250 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบแผ่น ยี่ห้อ <\/span>Lyn Mie Probiotic & SnowLotus โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการโฆษณาสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ปรับสมดุลระบบชีวภาพและบำรุงผิวสัมผัสอย่างอ่อนโยน ซึ่งถือว่าเป็นการโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกินจริง จำนวน 4<\/span>,440 ชิ้น<\/span><\/p>

ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยแบบกระชับ กลางวัน ยี่ห้อ<\/span> Lyn Mie โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้เลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดงบนฉลาก จำนวน 133<\/span>,810 ชิ้น<\/span><\/p>

รวมตรวจยึดและอายัดของกลางซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 4 รายการ จำนวนทั้งสิ้น 1<\/span>,287<\/span>,620 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า <\/span>20,000,000 บาท<\/span><\/p>

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า<\/span> ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง โดยมีการขออนุญาตเพียง 1 เลขจดแจ้ง แต่นำเลขไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์<\/span> โดยเครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน โดยสั่งผลิตและนำเข้าสินค้าแล้วนำมาเก็บไว้ยังโกดังสินค้าแห่งนี้ เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย แล้วแพ็คส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ มียอดขายวันละ 5<\/span>,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 5 เดือน <\/span><\/p>

รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ โดยเป็นผ้าอนามัย<\/span> จำนวน <\/span>11 รายการ รวม 1<\/span>,288<\/span>,804 ชิ้น วัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวม <\/span>572 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า <\/span>20<\/span>,200,000 บาท<\/span><\/p>

เบื้องต้นเป็นความผิดตาม <\/span><\/p>

พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558<\/span><\/p>

ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ปรับไม่เกิน 20,000 บาท <\/span><\/p>

ฐาน <\/span>“ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่แสดงฉลากภาษาไทย<\/span>” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน <\/span>1 เดือน หรือปรับไม่เกิน <\/span>10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<\/span><\/p>

ฐาน <\/span>“ขายเครื่องสำอางปลอม<\/span>” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50<\/span>,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<\/span><\/p>

พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ฐาน “ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน <\/span>6 เดือน หรือปรับไม่เกิน <\/span>50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<\/span><\/p>

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาโกดังจำหน่ายเครื่องสำอางเถื่อน ไม่มีเลขจดแจ้ง นำเข้าไม่ผ่านด่าน อย. และเครื่องสำอางปลอม จนสามารถตรวจยึดและอายัดเครื่องสำอางผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก อย. มีความห่วงใยสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนสุภาพสตรีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับจุดซ่อนเร้นโดยตรงหากใช้ของปลอมหรือของเถื่อน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการระคายเคือง ผื่นคัน หรือการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขอให้ตรวจสอบเลข อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์ได้ที่ <\/span>www.fda.moph.go.th และ <\/span>Line@FDAThai และขอเตือนผู้ประกอบการให้ขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางให้ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดไม่มียกเว้น หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน <\/span>Email: 1556<\/span>@fda.moph.go.th Line@FDAThai, Facebook: FDAThai \<\/span>หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ บางรายการมีการขอเลขจดแจ้งอย่างถูกต้องเพียง 1 เลข แล้วนำเลขจดแจ้งนั้นไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ จึงขอฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ควรเช็คเลข อย. บนเว็บไซต์สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสังเกตฉลากอย่างถี่ถ้วน ฉลากจะต้องแสดงเป็นภาษาไทย และควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีตัวตน กรณีซื้อออนไลน์ให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เรียบร้อย ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่ราคาถูกผิดปกติ ฉลากหรือโฆษณาอวดอ้างผลที่เกินจริง ให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านกำลังเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการโฆษณาและได้ของปลอม ของไม่มีคุณภาพ ใช้แล้วอาจเกิดอาการแพ้ <\/span><\/p>

โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ ตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก และขอเน้นย้ำกับผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งหลายว่าอย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมายมาจำหน่ายหรือหลอกลวงผู้บริโภคโดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 18 กุมภาพันธ์ 2569  แถลงข่าว 23 /  ปีงบประมาณ พ.ศ. 256

คลังรูปภาพ