กระทรวงสาธารณสุขย้ำผู้ประกอบอาหารใส่ใจความปลอดภัยในทุกขั้นตอน เพื่อคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค พร้อมเฝ้าระวังเชิงรุกผ่านรถ Mobile Unit for Food Safety ตรวจคัดกรองอาหาร ให้ความรู้ประชาชน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง พร้อมเตรียมปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลเพื่อป้องกันการใช้วัตถุเจือปนอาหารผิดวิธี
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความปลอดภัยอาหารเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสุขภาพที่ดีของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารตระหนักและร่วมกันรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอาหารในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การใช้เครื่องปรุงและวัตถุเจือปนอาหาร ไปจนถึงสุขลักษณะการประกอบอาหารและจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินงานด้านความปลอดภัยอาหารอย่างเข้มข้น ทั้งการเฝ้าระวังเชิงรุก การตรวจสอบ การสื่อสารสร้างความรู้ และการกำกับดูแลตามกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบอาหารเห็นถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบ เครื่องปรุง และวัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง เพราะทุกขั้นตอนของการประกอบอาหารล้วนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค การป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร ได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยนำรถ Mobile Unit for Food Safety ลงพื้นที่ตลาดและแหล่งจำหน่ายอาหาร เพื่อตรวจคัดกรองอาหารด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น อาทิ การตรวจหาสารเร่งเนื้อแดง บอแรกซ์ ฟอร์มาลดีไฮด์ สารฟอกขาว และสารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ พร้อมให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหาร การอ่านฉลากโภชนาการ และสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อและบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัย
เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า จากกรณีที่มีข่าวการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ไม่ถูกต้อง อย. ขอความร่วมมือผู้ประกอบอาหาร ร้านอาหาร และผู้ปรุงอาหารทุกแห่ง ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามประเภทและปริมาณที่กฎหมายกำหนด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด เนื่องจากแม้ไนไตรท์จะเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ในอาหารบางประเภท แต่หากใช้ไม่ถูกต้องหรือใช้เกินปริมาณที่กำหนด อาจส่งผลให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ ผู้ได้รับอาจมีอาการเขียวคล้ำ มึนศรีษะ เซื่องซึม หัวใจเต้นผิดจังหวะ หมดสติ และชักได้ ดังนั้น หากมีการแบ่งบรรจุลงภาชนะอื่นควรติดฉลากระบุชื่อวัตถุเจือปนอาหารและคำเตือนให้ชัดเจน รวมทั้งจัดเก็บแยกจากเกลือหรือเครื่องปรุงอื่นอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการหยิบใช้ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ และควรจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ที่ถูกต้องอยู่เสมอ หากมีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคหรือเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ อย. อยู่ระหว่างปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลวัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวิธี โดยมีแนวทางกำหนดให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพูเพื่อแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปอย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากให้เข้าใจง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ให้ผู้ประกอบอาหารสามารถเลือกใช้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และลดโอกาสเกิดความผิดพลาด
ความปลอดภัยอาหารเริ่มต้นจากความใส่ใจของผู้ประกอบอาหารทุกคน อย. พร้อมสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ การเฝ้าระวัง และการกำกับดูแล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้าย
******************************************************
วันที่เผยแพร่ข่าว 19 กรกฎาคม 2569 / ข่าวแจก 202 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569