อย. จับมือสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการด้านวิทยาการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือ Regulatory Science ระยะเวลา 5 ปี เชื่อมโจทย์จริงจากงานกำกับดูแลกับองค์ความรู้ งานวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากคณะเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาเครื่องมือ มาตรฐาน วิธีการประเมิน และกำลังคน ให้ระบบกำกับดูแลไทยทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่การคุ้มครองผู้บริโภคและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนางานด้านวิทยาการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Regulatory Science) ระหว่างอย. และสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) โดยมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือรวม 5 ปี
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงนวัตกรรมที่ใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การกำกับดูแลไม่สามารถอาศัยองค์ความรู้หรือวิธีการประเมินแบบเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป โจทย์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) วันนี้ ไม่ได้มีเพียงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต แต่เราต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือ และวิธีการประเมินที่ดีเพียงพอที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะการกำกับดูแลที่ดีต้องทำให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้ระบบกำกับดูแลเป็นข้อจำกัดต่อนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้ อย. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริงสำหรับนิสิตนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาและบูรณาการหลักสูตรทั้งระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น ตลอดจนการเปิดโอกาสให้คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน ศ.ดร.ภก.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศอย่างเป็นระบบ โดยสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) พร้อมที่จะสนับสนุนทั้งคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัย เพื่อนำโจทย์จริงจากการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพไปพัฒนาต่อยอดในเชิงวิชาการ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์และบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานในสถานที่จริง และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ (Reskill/Upskill) ให้เท่าทันเทคโนโลยีทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยวางรากฐาน Regulatory Science ของไทยให้เข้มแข็ง รองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ได้อย่างเท่าทัน เมื่อเรามีองค์ความรู้ งานวิจัย และกำลังคนที่เชื่อมโยงกับการกำกับดูแลได้จริง ประชาชนจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบกำกับดูแลที่ทันสมัยและมีมาตรฐานยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น สนับสนุนนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน
*******************************************************
วันที่เผยแพร่ข่าว 28 สิงหาคม 2569 / แถลงข่าว 60 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569